บันเทิงกับอาร์แซน

ข้างหลังสิ้นเสียงนกหวีดยาวที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เมื่อวันเสาร์ก่อนหน้าที่ผ่านมาหันไปถามผู้รายงานข่าวฝรั่งด้านข้างว่า แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ของคุณเป็นใคร?

ด้วยอาการค่อนข้างออกนิดๆแสดงให้ทราบดีว่าหมอคงจะเป็นแฟนบอลมิดเดิ้ลสโบรช์ หรือไม่ก็คงจะชังอาร์เซน่อลเพราะว่าส่งเสียงให้ได้ยินเมื่อใดก็ตาม โบโร่ ได้บุก

"โก๊ อ้อน, โก๊ อ้อน (Go on, go on)"

คำตอบที่ออกจากปากหมอเป็น "เบน กิ๊บสัน วันนี้เล่นดีเลิศ เข้มแข็งจริงๆ"

ด่านข้างหลังวัย 23 ทำผลงานได้เลิศกับการจำต้องรับมือแนวรุกพระรอยดำของเจ้าถิ่น

ทางนี้เลยแอบให้ความเห็นไปว่า "อดาม่า ตราโอเร่ ก็เล่นดีเลิศเช่นกันนะ"

"ใช่ๆใช่จริงๆเขาก็เล่นดีเลิศอีกคน"

ทั้ง เบน กิ๊บสัน รวมทั้ง อดาม่า ตราโอเร่ เป็นสองคนที่สื่อเจ้าต่างๆมอบรางวัล แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ให้

อย่าง สถานีวิทยุกระจายเสียงบีบีซี ชี้นิ้วไปที่อดาม่าอดีตเด็กปั้นบาร์ซ่าเพราะว่ามีส่วนร่วมกับการบุกของกลุ่มสิงห์แดงทุกคราว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเกมสวนกลับที่อาศัยความแข็งแรงรวมทั้งความเร็วก่อให้เกิดปัญหาให้ทั้ง โลร็องต์ กอสสิแอลนี่ รวมทั้ง ชวัวดราน มุสตาฟี่ ตลอดเกม

ส่วนกิ๊บสันเป็นชื่อที่น่าสนใจในตำแหน่งด่านข้างหลังตัวกลาง อายุยังไม่เยอะแยะ รวมทั้งปีนี้น่าจะเป็นปีที่ได้แสดงฝีเท้าให้เห็นจริงๆสักทีภายหลังเก็บเกี่ยวประสบการณ์ใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ รวมถึงกลุ่มชาติอังกฤษชุด ยู-21

กิ๊บสัน ไม่ธรรมดา เพราะว่าลุงของเขาเป็น สตีฟ กิ๊บสัน เจ้าของสมาคมมิดเดิ้ลสโบรช์เองนี่แหละ

ทว่าฝีเท้ารวมทั้งฟอร์มการเล่นบอกชัดว่ามาอยู่จุดนี้ได้น่าฟังตัวเอง ไม่ใช่เด็กเส้นของใครตรงไหน

อีกคนที่อาจถูกละเลยไปบ้างในเกมนี้เป็น บิคตอร์ บัลเดส

บัลเดสลือชื่อเรื่องก่อข้อผิดพลาดในเกมอยู่เรื่อย แม้จะมีชอตเซฟงามๆแต่ในการมาเยือน เอมิเรตส์ เขาเล่นเจริญมากเซฟเลิศๆออกมาตัดบอลถูกจังหวะตลอด

ทั้งสามคนเป็น นายทวาร กองหลังตัวกลางfun888รวมทั้ง ปีก เล่นได้สะดุดตา โน่นแสดงได้อย่างยอดเยี่ยมถึงรูปเกมของนัดนี้

ก่อนมาเยือนรังปืน มิดเดิ้ลสโบรช์ ของ ไอตอร์ การันก้า ผลงานแย่มาตลอดนับจากบุกชนะ ซันเดอร์แลนด์ ในเกมเกียรติยศภาคอีสาน นัดก่อนก็โดนวัตฟอร์ดบุกสอยคาบ้าน

จึงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้อย่างไม่ยากเย็นที่สุดว่าทำไมกุนซือเลือดบาสก์

มิดเดิ้ลสโบรช์มาเพื่อรับแล้วสวนกลับ อาศัยกองหน้าประสบการณ์อย่างอัลบาโร่ เนเกรโด้, เชิงชั้นของ กาสตอน ราไม่เรซ รวมทั้งความเร็วของ อดาม่า ตราโอเร่

การแพ็กเกมรับทำเป็นแน่นมาก ลงมาเร็ว ทิ้งแค่เนเกรโด้ไว้แค่ผู้เดียว นักฟุตบอลอาร์เซน่อลใครกันแน่เล่นช้าไม่ออกบอลในจังหวะแรกหรือจังหวะสอง เป็นอันว่าอดรับประทาน

อเล็กสิส เอย, โอสิล, วัลค็อตต์, อิโอ้อวดบี เอย ได้บอลหนโดนรุมกลุ้มรุม 3-4 คนในทันที ยากที่จะเล่นในเกมที่คู่แข่งขันมาเพื่อมีแต้มแบบงี้

ครอบครองบอล 75% ไม่เป็นประโยชน์ อย่างที่เวนเกอร์ว่าไว้ ฟุตบอลยุคใหม่ใส่แท็กติกลงไป ครอบครองบอลเยอะแยะไม่ได้หมายความว่าได้โอกาสชนะเยอะแยะกว่า

ช่องทางยิงการยิงตรงกรอบของทั้งสองกลุ่มใกล้เคียงกันมาก แถมเซฟที่น่าตื่นเต้นเป็นทางฝั่ง ปีเตอร์ เช็ก ที่ดูเหมือนจะจำต้องออกแรงมากยิ่งกว่าด้วยซ้ำ

ไม่ว่าจะเป็นการหลุดไปยิงมุมแคบของอดาม่า, ลูกซ้ำของ เนเกรโด้ รวมทั้งลูกกระแทกเน้นย้ำๆของ กาสตอน ราไม่เรซ

ในเวลาที่มิดเดิ้ลสโบรช์ได้แต้มน่าพอใจกลับขึ้นเหนือไป อาร์เซน่อล กลับผิดหวังที่ไม่สามารถที่จะรักษาสถิติชนะรวดเอาไว้ได้

นับจากแพ้ให้ลิเวอร์พูลในเกมเปิดฤดูกาลต่อด้วยเสมอ เลสเตอร์ ต่อจากนั้นกลุ่มของ เวนเกอร์ ชนะรวดมา 6 ครั้งต่อๆกันแล้ว

การพบกับกลุ่มที่กำลังป้ำๆเป๋อๆปิ้งโบโร่ในบ้าน แถมยังเป็นวันเกิดของ อาร์แซน เวนเกอร์ พอดีอีก แบบงี้เล่นเพื่อสังสรรค์ได้เลย

ชายวัย 67 ปีบอกว่า "อย่างน้อยคุณก็สามารถดื่มให้กับวันเกิดของตนเองได้ หากคุณชนะ คุณสมควรได้รับมัน, หากแพ้ คุณอยากมัน"

เจ้าของวันเกิดบอกว่า เพียงพอข้างหลังจบเกมนี้เขาคิดถึง ซานติ กาซอร์ล่า กับ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ อย่างมาก

รายข้างหลังนี่เจ็บมาพักใหญ่แล้ว ทำให้เวนเกอร์จินตนาการถึงการมีผู้เล่นแนวรุกที่สูงใหญ่ในกรอบโทษไว้คอยเป็นเป้าในเมื่อกลุ่มครอบครองบอลได้มากมายอย่างงี้

ส่วนรายแรกทำให้นึกภาพออกว่า กาซอร์ล่า สำคัญต่อเกมบุกของ อาร์เซน่อลมากแค่ไหน

ดาวเตะร่างเล็กชาวสเปนเจ็บเอ็นร้อยหวายมาจากเกมผลาญ ลูโดโกเรตส์ แม้ไม่น่าจำต้องพักยาวแต่ก็ฟิตไม่ทันเกมนี้

เวนเกอร์บอกว่า กาซอร์ล่า นั้นสำคัญต่อกลุ่มขอองเขามาก เขาระลึกถึงการสร้างสรรค์ รวมทั้งการออกบอลเร็วจากแนวลึกที่แม่นของแข้งวัย 31 ปี

โมฮาเม็ด เอลเนนี่ รวมทั้ง ฟรองสิส ก็อกโกแล็ง ก็เล่นไม่น่าชังอะไร แต่ด้วยธรรมชาติที่เน้นย้ำเกมรับเป็นหลักทั้งสอง แนวความคิดความอ่านในวิธีการทำเกมก็ย่อมน้อยกว่ากาซอร์ล่าเป็นปกติ

เมื่อบอลมาติดอยู่กันหน้าเขตโทษที่มี อเล็กสิส, โอสิล เป็นหลักเลยจับทางได้ง่ายดายเสียยิ่งกว่า ผิดกันแม้เป็น กาซอร์ล่า อยู่ยังสลับกับการเปิดจากระยะไกลกว่านั้นได้

แอรอน แรมซี่ย์ เจ็บ, กาซอร์ล่า เจ็บ, กรานิต ชาก้า เริ่มชดใช้โทษแบน, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ เจ็บ (น่าจะกลับมามีชื่อได้แล้วในเกมกับเร้ดดิ้งวันอังคารนี้)

ผู้เล่นกลุ่มนี้มีคุณภาพแตกต่างกัน แต่สามารถมอบประสิทธิภาพที่เวนเกอร์อยากในบางจังหวะของเกมได้

ขนาดกลุ่มของอาร์เซน่อลนับว่ากำลังดี แต่คนไม่ใช่น้อยเรียกได้ว่าประสิทธิภาพยังไม่ถึง หรือไม่ก็ยังเด็กเกินไป เวนเกอร์ จำต้องใส่ชื่อของ เจฟฟ์ แรน-อาเดแลด กับ เอนสลี่ย์ เมทแลนด์-ไนล์ส สองดาวรุ่งไว้บนม้านั่งสำรอง แสดงตรงนี้ได้

ตอนนี้ของฤดูกาลนับว่าอาร์เซน่อลทำผลงานได้ไม่เลวเลย

สำเร็จเกมวันเสาร์พวกเขานำเป็นผู้นำฝูง แต่มันโชคร้ายตรงที่การพบกลุ่มชั้นต่ำลงมากยิ่งกว่าอย่างโบโร่ มันควรเป็น 3 แต้มไม่ใช่แต้มเดียว

การสะดุดย่อมเกิดขึ้นกับทุกทีมคือเรื่องธรรดา แต่แม้กลุ่มที่จะไปถึงเป้าหมาย จำต้องบากบั่นให้มันเกิดขึ้นต่ำที่สุด

วันนี้เวนเกอร์คิดถึงการขาดหายไปของ กาซอร์ล่า รวมทั้ง ชิรูด์ สำรองไม่มีทีเด็ดเพียงพอ

ทรงของอาร์เซน่อลกำลังเดินทางมา โมเมนตัมกำลังเดินทางมา อย่าให้มันสะดุดพังทลายเพราะว่าไพ่ในมือไม่มีตัวให้ตี

มั่นใจว่าแฟนปืนทุกคนไม่มีผู้ใดติดขัดถ้าว่าตลาดหน้าหนาวนี้เวนเกอร์จะช็อปผู้เล่นมีเกรดอีกสักตัวสองตัวเพื่อเข้ามาเพิ่มช่องทางการประสบความสำเร็จ

ของแบบงี้เหลือดีกว่าขาด

ไม่แน่ว่าจบฤดูกาลนี้ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อาจเกิดขึ้นกับตำแหน่งผู้จัดการกลุ่ม

ช่องทางที่ อาร์แซน เวนเกอร์ จะได้สังสรรค์วันเกิดที่เอมิเรตส์คราวนี้อาจเป็นคราวสุดท้าย

ซึ่งวันเกิดปีนี้ ข้างหลังจบเกม เวนเกอร์ อยากเหล้าองุ่นสักแก้วมาบรรเทาอาการผิดหวังจากการเก็บได้แค่แต้มเดียว

วันนี้ดื่มปลอบประโลมได้ไม่เป็นไร แต่เวนเกอร์ควรทราบดีว่าเขาจำต้องทำอะไรที่อยู่ในตลาดนักฟุตบอลหน้าหนาวนี้เพื่อให้เขามีสิทธิ์ได้ดื่มสังสรรค์เมื่อจบฤดูกาล

ทำไมชนะเบิร์นลี่ย์ ยากกว่าอาร์เซน่อล ?

หลังบุกหักปลายกระบอกปืนได้ถึงเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เด็กหงส์ควรถูกให้อภัยโทษฐานที่ยกระดับความฮึกเหิมโดยพลการก่อนเยือนกลุ่มน้องใหม่อย่างเบิร์นลี่ย์

ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยไม่ได้เตรียมเผื่อจิตใจให้กับคำตอบอื่น นอกไปจากสามแต้มและก็ชัยชนะนัดที่สองติดต่อกัน

การขาด ซาดิโอ มาเน่ ที่โชว์ฟอร์มเด่นมากในนัดออกสตาร์ตฤดูกาล บางทีอาจลดทอนความวูบวาบฉับไวในแนวรุกไปบ้างตามความเหมาะสม แต่มันไม่ใช่ข้อแก้ตัวหากลิเวอร์พูล จะไม่สามารถที่จะบุกชนะกลุ่มที่พวกเขาเช็กบิลได้ตลอดการพบกันในพรีเมียร์ลีก และก็ที่สำคัญเป็นไม่เคยเสียประตูให้แม้แต่ลูก

แดเนียล สเตอร์ริดจ์ กลับมาลงไปในสนาม แต่บทบาทหาใช่ศูนย์หน้าตัวเป้าอย่างที่ผู้ใดคาด เจอร์เก้น คล็อปป์ ยังไว้ใจ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ให้ปฏิบัติภารกิจเดิม ส่วนกองหน้าชาติอังกฤษ ถูกขยับมาเล่นด้านข้างแทนที่ของมาเน่

ในแผงหลัง คล็อปป์ ถอดสลักระเบิดที่พร้อมบึ้มพลีชีพตัวเองได้ทุกครั้งอย่าง อัลแบร์โต้ โมเรโน่ ออกไปนั่งสำรอง และก็ส่ง เจมส์ มิลเนอร์ ที่ดูเหมือนจะเล่นได้แน่นอนกว่า ลงแทนแบ็กซ้าย

ทั้งปวงเป็นเพียงแค่สองตำแหน่งที่ลิเวอร์พูล แปรไปจากครั้งแรก และก็ด้วยความจัดจ้านรุนแรงของแนวรุกที่เพิ่งจะกะซวกข้างหลังบ้านอาร์เซน่อลได้ถึง 4 เม็ด แม้กระทั่งแฟนเบิร์นลี่ย์เองก็เถิดคงยากมั่นใจว่ากลุ่มของพวกเขาจะขัดขวางได้อยู่

แต่ นอกเหนือจากวาทกรรมอมตะอย่างบอลลูกกลมๆอะไรก็เกิดขึ้นได้ เด็กหงส์ยังมีนิยามให้กับกลุ่มตัวเองว่า ''The Most consistently inconsistent team''

กลุ่มที่ใส่ความแน่นอน คงเส้นคงวาได้ยากที่สุดในสามโลก

มองในแง่บวก ความพ่ายแพ้ตั้งแต่ตอนต้นซีซั่นต่อกลุ่มชนชั้นระดับเบิร์นลี่ย์ ถือเป็น reality check เป็นกระจกให้คล็อป์ ส่องเห็นเรื่องจริงที่ยังจำเป็นต้องรีบปรับปรุงแก้ไข

เฉพาะอย่างยิ่ง ในหนึ่งฤดูกาลที่คุณจำเป็นต้องเล่นกับกลุ่มราวๆนี้ เล่นสไตล์นี้ บ่อยกว่าการเจอคู่ปรับเกรดเดียวกับอาร์เซน่อล

คุณไม่สามารถที่จะชนะกลุ่มใหญ่ แต่กลับเสียแต้มเกลื่อนกลาดเรี่ยราดเรี่ยให้กลุ่มขนาดเล็ก แล้วยังมีสิทธิ์มุ่งมาดถึงแชมป์ หรือแม้แต่การจบท็อปโฟร์

เพราะฉะนั้นแล้วสำหรับผม ความย่ำแย่จากการแพ้เบิร์นลี่ย์ มีเพียงแค่การละได้สามแต้ม แต่เจอร์เก้น คล็อปป์ จะได้บทเรียนที่ล้ำค่ากลับไปทวน (อีกรอบ)

ถามคำถามว่าการเอาชนะเบิร์นลี่ย์ เป็นงานที่ยากกว่าอาร์เซน่อล หรือยังไง ลิเวอร์พูล ถึงหมดปัญญา แม้แต่ไม่สามารถที่จะทวงประตูตีไข่แตก

เพศผู้เล่นแทบชุดเดียวกัน แปลงเพียงแค่สองจุดอย่างที่บอก มันไม่น่ามีผล หรือแม้กระทั่ง ซาดิโอ มาเน่ เล่นได้ มันก็ไม่มีหลักประกันว่าลิเวอร์พูล จะรอดจากความพ่ายแพ้

แต่ตัวแปรสำคัญที่สร้างไม่เหมือนกันเป็นสไตล์ แบบขั้นตอนการเล่นของคู่ปรับที่แตกต่าง

กับอาร์เซน่อล ทุกคนเห็นภาพว่าเกมจำเป็นต้องเปิด ยิ่งเล่นที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ยิ่งไม่มีวันที่อาร์แซน เวนเกอร์ จะคิดแผนมาตั้งรับ แม้แต่ภายหลัง ธีโอ วัลค็อตต์ ซัดขึ้นนำ 1-0 นักเตะเจ้าถิ่นก็ยังคงเดินหน้าไล่ล่าหาประตูที่สอง

แต่กับเบิร์นลี่ย์ มันกลายเป็นสถานการณ์ที่แตกต่างอย่างเต็มที่ ลิเวอร์พูล เสมือนวิ่งเอาหัวโขกกำแพงตลอด 80 กว่านาทีนับจากที่โดนนำเร็วตั้งแต่ตอนต้นเกม

แนวทางการทำให้ตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์ตามหลังเร็ว คือปัญหาสำคัญที่ลิเวอร์พูล จึงควรหลีกเลี่ยงให้ได้ในอีกหลายๆแมตช์ที่เหลือ

น่าไว้วางใจเลยว่ากลุ่มใหญ่ระดับหัวตารางทั้งหลาย จะเน้นกฎนี้เป็นข้อแรก

โชเซ่ มูรินโญ่ ที่ปรึกษาแมนฯ ยูไนเต็ด หลีกเลี่ยงความสุ่มเสี่ยงในแมตช์แรกที่ไปเยือนบอร์นมัธ ต้นเกมมองน่าอึดอัด แต่ตราบเท่าที่ไม่เสียประตู ชัยชนะยังอยู่ในมือ

กระทั่ง ฆวน มาต้า มาปลดล็อกในช่วงท้ายครึ่งแรก หลังจากนั้นทุกๆสิ่งทุกๆอย่างก็ง่ายสุดๆ

ทุกครั้งมรู้ดีว่าการมาเยือนกลุ่มอย่างเบิร์นลี่ย์ หรือบอร์นมัธ และก็เมื่อไหร่ที่เสียท่าเสียประตูไปก่อน คุณกำลังใส่ความเดือดร้อนป้อนตัวเอง

กฎข้อแรกของการเยี่ยมเยือนกลุ่มเกรดราวๆนี้ เป็นห้ามโดนนำโดยเด็ดขาด

เดาว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็คงจะพอรู้ เพราะเหตุว่าประสบการณ์จากฤดูกาลก่อนก็คงจะยังตามหลอก ไม่ว่าเกมบุกแพ้วัตฟอร์ด 0-3 ภายหลังเสียเร็วตั้งแต่สามนาทีแรก

หรือการโดนเวสต์หมูแฮม แออัดยัดเยียดย้ำแค้น 2-0 โดยที่ประตูนำร่องมาด้านใน 10 นาที

คล็อปป์ อาจจะเข็ดขยาด แต่ตัวแปรเหนือการควบคุมของเขาเป็นความบกพร่องส่วนตัวแบบง่ายๆ

จากครั้งแรกเป็น อัลแบร์โต้ โมเรโน่ ที่เล่นพลาดจนทำเสียประตู และก็อีกจังหวะที่เสียประตู มาคราวนี้แม้แบ็กซ้ายชาวสเปนจะโดนดร็อป แต่แบ็กขวาอย่าง เนธาเนียล ไคลน์ กลับเล่นเสมือนโดนวิญญาณโมเรโน่ สิง ด้วยการเปิดบอลเข้ากลางแล้วโดนตัด จนไปสู่ลูกยิงของแซม โอ้อวดคส์

นี่เป็นสิ่งที่กลุ่มใหญ่จำเป็นต้องบากบั่นหลีกเลี่ยง แต่หลายครั้ง ลิเวอร์พูลมักจมอยู่ในวังวนเดิมๆของตนเอง

ต่อไป เบิร์นลี่ย์ ที่เปิดเกมด้วยการชิงเพรสส์ด้านบน กดดันเห็นผลกระทั่งได้ประตูนำ ก็ถอยร่นลงมารับแบบเต็มพิกัดในจุดโทษของตนเอง บีบพื้นที่ข้างหลังไม่ให้บอลตามช่องของลิเวอร์พูล ได้ปฏิบัติงาน

นักเตะกลุ่มเยือนได้แต่เคาะรับส่งบอลไปมาหน้าจุดโทษ แต่เรื่องจะเจาะกำแพงแบ็กโฟร์ 2 แนวแทบเป็นไปไม่ได้

ยิ่งเบิร์นลี่ย์ มาได้ลูกที่สองจากเกมสวนกลับ พอๆกับพวกเขายิ่งเล่นง่าย แผนของคล็อปป์ ที่เลือกมิลเนอร์ ลงแบ็กซ้ายแทนโมเรโน่ กลายเป็นการรังแกตัวเอง เพราะเหตุว่านาทีนั้น ลิเวอร์พูล ต้องการเกมรุกมากยิ่งกว่าห่วงเกมรับ

ด้วยทักษะเท้าขวา หลายครั้งที่มิลเนอร์ จำเป็นต้องพาบอลจากซ้ายตัดเข้าในเพื่อเปิดบอล และก็แม้แต่ความมานะบากบั่นฝ่าฝืนเปิดด้วยอีซ้าย แต่สมรรถนะก็ต่ำเตี่ยเรี่ยดิน

เบิร์นลี่ย์ รู้ข้อด้อยนี้ของลิเวอร์พูล พวกเขาเลือกบีบแนวรับให้ยืนแคบ ปล่อยพื้นที่เปิดโล่งเตียนทางฝั่งมิลเนอร์ เพราะเหตุว่าทราบดีว่าอย่างไรก็ตาม นักเตะก็จำเป็นต้องเอาบอลกลับเข้ากลางอยู่ดี

คล็อปป์ ตอกย้ำปัญหานี้ให้หนักขึ้นด้วยการขยับเปลี่ยนตัวช้าเหลือเกินมาก กว่าจะส่ง โมเรโน่ ลงมาแทนมิลเนอร์ ก็ขว้างไปเมื่อเหลือเวลาเพียงแค่ 13 นาที

และก็นอกเหนือจากนี้ คล็อปป์ คอยถึงนาทีที่ 65 ค่อยเปลี่ยนตัวคนแรก ในขณะที่ลิเวอร์พูล ไม่มีท่าทีก่อนหน้านั้นว่าจะเอาประตูได้

ดิว็อก โอริกี้ ตระเตรียมคอยลงไปในสนาม ผมมุ่งมาดเห็นการเปิดเกมรุกแบบสุดแรงด้วยหมากหน้าคู่ เพื่อกดดันเซนเตอร์แบ็กของเบิร์นลี่ย์ ที่แทบยืนตบยุงมาทั้งเกม

แต่เปล่าเลย คล็อปป์ ส่งโอริกี้ ลงมาแทนสเตอร์ริดจ์ มันน่าแปลกใจเพราะเหตุว่ารูปเกมประจานอยู่ในตัวเองแล้วว่าลิเวอร์พูล ไม่ได้เพียงแค่ต้องการแปลงผู้เล่นแบบตำแหน่งต่อตำแหน่ง

พวกเขาจำเป็นต้องถึงขั้นจำเป็นต้องแปลงระบบ แปลงแนวทางเข้าทำ

ใครสักคนมีความเห็นว่าหาก คริสว่ากล่าวยอง เบนเตเก้ ยังผิดขาย อาจมีประโยชน์กับกลุ่มในสถานการณ์แบบงี้ แต่ผมกลับเฉยๆ

ข้อแรกเป็นเขาจะไม่มีส่วนร่วมแม้แต่เดินทางมา

และก็สอง แม้กระทั่งเบนเตเก้ ยืนค้ำหัวโด่ เขาก็จะอยู่ในวงล้อมของกองหลังอย่างเบน มี กับไมเคิ่ล คีน แบบสองรุมหนึ่งไม่ได้กระดิก

ในที่สุดเมื่อลิเวอร์พูล เจาะไม่เข้า ก็ได้แต่หวังลูกยิงไกลของคูว่ากล่าวนโญ่ ที่บังเอิญว่ามันไม่ใช่วันของพ่อมดแซมบ้า

ลองซัดถึง 8 ครั้งจากนอกจุดโทษ แต่เข้ากรอบเแค่ทีเดียว

ส่วนดินแดนกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ''เฮียติด'' จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ไม่มีส่วนอะไรเลยกับจังหวะถึง 26 ครั้งในเกมนี้ของลิเวอร์พูล

กลุ่มจึงควรใช้บอลแถวสอง จากลูกยิงไกลให้มีคุณประโยชน์ แต่มันไม่ใช่คุณสมบัติที่สะดุดตาของเฮนโด้ หรือตัวหลักก่อนหน้าเขาอย่าง ลูคัส เลว่า

คนที่ทำเป็นดีกว่า ขั้นต่ำ ''จิตใจ'' ก็กล้ายิงอย่าง เอ็มเร่ ระเบียง กลับไม่ได้รับจังหวะ

เป็นเกมที่ผมสงสัยหลายสิ่งหลายอย่างในการตัดสินใจของคล็อปป์

คำถามว่าชนะกลุ่มอย่างเบิร์นลี่ย์ ยากแค่ไหน ยังไม่น่าสงสัยพอๆกับว่าเมื่อไหร่ลิเวอร์พูล จะเอาชนะตัวเอง…

ชัยชนะอันงดงามของ เรอัล มาดริด

เมื่อคืนนี้วันเสาร์ บิเซนเต้ กัลเดรอน ป้อมปราการอันอดทนของ "ตราหมี" ถูกตีแตกพ่ายแพ้อย่างเสียหาย
สถิติไม่แพ้ผู้ใดกันในรังต่อเนื่องกันถูกหยุดไว้ที่ 22 เกม แล้วก็ด้วยสกอร์ 0-3 มันแสดงได้เด่นชัดว่านี่คือชัยอันยิ่งใหญ่ของ เรอัล มาดริด แล้วก็เป็นความระบมอย่างสุดแสนของ แอตเลติโก
ก่อนเกมตามหน้าเสื่อยกให้ ทีมของ โชโล่ ซิเมโอเน่ เหนือชั้นกว่าบางส่วน เหตุที่ว่าเล่นในถิ่นแล้วก็ภาวะทีมบริบูรณ์กว่า
เรอัล มาดริด มีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บเยอะ แถมเมื่อใกล้เวลาลงเตะ 11 คนแรกที่ ซีเนดีน ซีดาน ประกาศออกมายังไร้เงา ค้างขอบ เบนเซม่า แล้วก็ เซร์คิโอรามอส
รายแรก ถือว่าไม่เท่าไหร่ เพราะว่าเกจิคิดว่า ลูคัส บาสเกซ ระดับฝีเท้าไม่เลว แถมภาวะยังสดใหม่กว่า แต่กับ รามอส ถือว่าสร้างความหวั่นวิตกไม่น้อย เพราะว่าส่งผลให้คู่เซนเตอร์เป็น ราฟาแอล วาราน กับ นาโช่ เฟร์นานเดซ ซึ่งเป็นคู่ที่แทบไม่ค่อยได้เล่นด้วยกัน แถม นาโช่ เองก็ยังถูกคิดว่าเชิงชั้นยังอ่อน
ปริศนาแรกที่ผุดขึ้นคือ “จะไหวมั๊ย ?” เพราะว่าแนวรุกของ แอตเลติโก ทั้งกระปรี้กระเปร่าแล้วก็เฉียบคม ไม่ว่าจะเป็น ยานนิค การ์ราสหรูหรา หรือ อองตวน กริซมันน์
ใกล้ได้เวลาลงเตะกองเชียร์ ‘โลส โกลโชเนโรส’ เจ้าถิ่นยิ่งมายิ่งกระปรี้กระเปร่า เพราะว่าด้วยสถิติก่อนหน้า 6 เกมไร้พ่ายแพ้ทำให้พวกเขาเชื่อมั่นอย่างมาก แฟนหมีทุกคนตั้งเป้าอยากให้ ‘เอล เดร์บี้ มาดริเลนโญ่’ หนสุดท้ายใน กัลเดรอน สิ้นสุดย่างสวยด้วยชัยเหนืออริชั่วนิจนิรันดร์แต่เกมกลับพลิกความมุ่งหวัง !
หลังสิ้นเสียงนกหวีดของ เฟร์นานเดซ บอร์บาลัน แข้ง ‘ตราหมี’ พุ่งเข้าใส่ในทันที หวังสร้างแรงกดดันให้ มาดริด ตั้งแต่เริ่ม
การเข้าบอลเร็ว วิ่งเพรสซิ่งตั้งแต่ในโซนของคู่ปรปักษ์ ถือเป็นแทคติกที่ แอตเลติโก ใช้ได้ผลมาตลอด แต่คราวนี้มันแปลงเป็นอาวุธทิ่มแทงพวกเขา
จากการนั่งดู สังเกตได้ชัดว่าการเข้าเพรสของแข้ง ‘ตราหมี’ มันสติไม่ดีไปจากที่เคยๆมันดูร้อนใจ รีบเร่งเกินเหตุ เลยส่งผลให้จังหวะเสียไปหมด แล้วหลังจากนั้นก็ให้พอดิบพอดีว่า 3 แผงกลางที่ ซีดาน ส่งลงมาสู้ เป็นประเภทเอาตัวรอดเก่ง เก็บบอลครอบครองบอลดีทั้งปวง ทั้ง มาเตโอ โควาซิช,ลูก้า โมดริช แล้วก็ อิสหรูหรา
3 แผงกลางนี้แทบจะไม่แทงอลเลย เฟิร์สทัชเหมาะสมที่สุด จับบอลไม่มีหก ไม่เปิดโอกาสให้ แผงกลาง แอตเลติโก เข้าชิงความเป็นต่อ แถมยังอ่านเกมดี คิดเร็วทำเร็ว
เหตุนี้เลยทำให้การบีบพื้นที่ของผู้ร่วมทีม โชโล่ จะต้องจั่วลมซะเกินครึ่ง บอลถูกเปลี่ยนถ่ายจากซ้ายไปขวา จากหน้าไปหลัง อย่างเร็วแม่นยำ ภาวะของเจ้าถิ่นไม่ได้ต่างอะไรกับวัวกระทิงที่กำลังโดน มาทาดอร์ หลอกล่อทอนแรง
เมื่อเอาชนะแผงกลางของ แอตเลติโก ได้แล้ว ทำให้แนวรุกอย่าง เเกเร็ธ เบล กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มีพื้นที่ในการเล่น ได้บอลในตำแหน่งงามๆอยู่บ่อยมากได้แก่จังหวะพลิกบอลแล้วก็เปิดยาวของ อิสหรูหรา ให้ มาร์เซโล่
เพลย์นั้นถือเป็นการจู่โจมที่สวยแล้วก็อันตราย น่าเสียดายที่ลูกครอสของฟูลแบ็กบราซิมันให้ โรนัลโด้ กระแทกเหน่งๆถูก ยาน โอบลัค เซฟไว้ได้หวุดหวิด
ส่วนประตูขึ้นนำที่มาจากลูกฟรีคิก แม้มิได้มาจากการเซตเกมโดยตรง แต่ทางอ้อมนั้น เมื่อแผงกลางของ ตราหมี เอาไม่อยู่ ก็นับเป็นการเปิดโอกาสให้แนวรุกของ มาดริด ได้ดวลตัวๆกับแผงหลังของทีม

โรนัลโด้ หรือ เบล คือนักเตะระดับเวิลด์คลาส ถ้าปล่อยให้พวกเขาได้โอกาสได้เล่นกับบอลเป็นประจำจะช้าจะเร็วแผงหลังก็จะต้องผิดพลาด แล้วก็โน่นก็เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการเสียฟาวล์ในระยะอันตราย
ฟรีคิกของ โรนัลโด้ ถือว่ามีโชค เมื่อแฉลบ สเตฟาน ซาวิช ที่ยืนเป็นกำแพงเปลี่ยนทางเข้าประตูไป
ประตูนี้ยิ่งทำให้ เรอัล มาดริด มั่นใจยิ่งขึ้น แล้วก็เกมก็ไปเข้าทางพวกเขากว่าเดิม สามารถที่จะเล่นกับเหตุการณ์ได้หลายแบบอย่าง จะเซตขึ้นไป หรือจะเล่นตอบโต้กลับเมื่อตัดบอลได้
ในพาร์ทเกมรับของ แอตเลติโก โดนจู่โจมจนเสียหายเพราะว่าแผงกลาง ‘ไล่ไม่จน’ ส่วนในพาร์ทของเกมรุกที่ยิงมิได้สาเหตุนั้นเพราะว่าความรีบรน เสียขบวนคุ้นเคย ยิ่งแผงกลาง มาดริด ดำเนินการดีด้วย คู่เซนเตอร์อย่าง นาโช่ กับ วาราน ที่ถูกคิดว่าเป็นข้อด้อยก็แบกรับภาระน้อยลงFun88ไม่ต้องเจอกับแรงกดดันมากสักเท่าไรนัก
45 นาทีแรก มองเห็นได้น้อยครั้งว่า แอตเลติโก เซตเกมเพื่อรุกคืบไปถึงพื้นที่ในที่สุด จังหวะรุกแต่ละครั้งพวกเขามานะเร่งให้บอลถึงหน้าประตูให้เร็วที่สุด แต่…มันเร็วเกินความจำเป็น
การต่อบอลเร็วจังหวะสองจังหวะให้บอลถึงหน้าประตูคู่ปรปักษ์ คือหนึ่งในกรรมวิธีที่ ‘ตราหมี’ ชอบใช้ แต่ให้เผอิญว่าพวกเขาร้อนใจจนขาดความแม่นยำ ทั้ง การ์ราสหรูหรา ทั้ง กริซมันน์ หรือ ซาอูล มัวแต่จะพุ่งไปข้างหน้าให้เร็วที่สุดจนขาดความแน่ชัดเมื่อพลาดก็โดนจู่โจมตอบโต้กลับ โน่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น
ที่น่าเสียดายก็คือพวกเขามิได้ศึกษาเลยว่าเมื่อพลาดแล้ว จำเป็นจะต้องเปลี่ยน ยังคงตะบี้ตะบันเร่งจังหวะอยู่ดังเดิม ในที่สุดแปลงเป็นว่าไปโดนฝั่ง มาดริด หลอกดักเก็บกินเสียหมด
ช่วงหลัง โชโล่ แก้เกมมาดี โมเมนตั้มเริ่มขยับมาทางฝั่ง ‘ตราหมี’ มากยิ่งขึ้น ทีมมีการเซตบอล ดึงจังหวะคอยเพื่อความแน่ชัด แล้วก็หาจังหวะจู่โจม ซึ่งเล่นงาน มาดริด ได้ดิบได้ดีแต่จังหวะไม่เป็นใจอีก เมื่อโดนบอลยาวตีโต้ แล้วก็ ซาวิช ก็พลาด
เป็นจุดโทษไหม ? ขณะที่อยู่ในสนาม สารภาพว่าดูจากระยะออกจะไกล มองเห็นไม่ชัดแจ้ง แต่เมื่อกลับมาดูภาพช้า ก็ถือว่า ‘ให้ได้’ ไม่น่าชัง
เมื่อ โรนัลโด้ ซัดลูกนี้เข้าไปให้ มาดริด ฉีกหนี 2-0 ทุกๆอย่างก็จบ จุดโทษถือเป็นจุดเปลี่ยนของเกมทั้งปวง มันส่งผลให้ผู้เล่นมาดริดเชื่อมั่น แล้วก็บ่อนทำลายพลังใจ ‘ตราหมี’ จนหมดเกลี้ยง
บอลระดับนี้ ทดลองห่างกันถึง 2 เม็ด มันยากที่จะคัมแบ็กกลับมา หากอีกฝั่งไม่ติดลูกประมาท ซึ่งจุดนี้จะต้องชม ซีดาน เลยว่าสั่งย้ำผู้ร่วมทีมมาดี ผู้เล่นของ มาดริด ทำสมาธิไว้ที่เกมตลอดระยะเวลา ไม่เลินเล่อ ไม่ให้ ตราหมี ได้หาจุดเปลี่ยนของตนเองเจอ
ขณะที่เหลือเกมก็เลย ‘หมดสนุก’ แล้วก็ลูกจบท้ายให้ โรนัลโด้ เก็บแฮตทริกได้เสร็จก็นับว่าเป็นของฟรีโรนัลโด้ กลับมาระเบิดฟอร์มได้เหมาะสมถูกเวลา ลยคำดูถูกว่าที่ว่า ‘ไปไม่เป็นในเกมใหญ่’ ได้ชะงัด
แมน ออฟ เดอะ แมตช์ จะต้องยกให้ คริสเตียโน่ ซ้ำฟอร์มนัดหมายนี้ยังเป็นการต่อยอดให้ผู้สื่อข่าวทั่วยุโรปเทคะแนนให้กับเขาเพื่อคว้าบัลลงดอร์
แต่คนนึงที่น่ายกย่องมากมายๆคือ อิสหรูหรา เขาไม่ค่อยได้รับจังหวะมากสักเท่าไรนักในปีนี้ แต่ผลงานจ่ายบอลเสร็จ 91% แล้วก็แย่งบอลได้อีก 7 ครั้ง กล่าวได้เลยว่านี่คืออีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่ทำให้ มาดริด ชนะ
โมดริช เล่นได้ตามาตราฐาน แทงอลยาก ออกบอลมั่นใจ ส่วน โควาซิช เข้าปะทะได้อดทน แล้วก็เอาตัวรอดเก่ง
มาดริด กระหน่ำ 3-0 ไม่เพียงแต่เป็นการประกาศความใหญ่โตเหนือ แอตเลติโก หากแต่ผลที่เกิดจากการแข่งขันของ บาร์ซ่า ที่เจ๊า มาลาก้า 0-0 ยังเป็นโบนัสให้พวกเขาทะยานนำห่าง
ในตอนนี้ทีมของ ซีดาน เก็บไป 30 แต้มจาก 12 เกม หนี บาร์ซ่า 4 แล้วก็ทิ้ง แอตเลติโก 9 ถือเป็นเหตุการณ์ที่เปิดโอกาสอย่างมาก
พวกเขามิได้แชมป์ ลา ลีกา มา 4 ปีแล้ว ตั้งแต่ฤดูกาล 2011–12 ในยุคของ มูรินโญ่ ปีนี้ก็เลยถือว่าสื่อความหมายเป็นพิเศษ
ส่วน โชโล่ แล้วก็ผู้ร่วมทีมปีนี้กล่าวได้เลยว่าอ่อนแรง ผลงานของเขาตกลงไปเด่นชัด

ช่วงนี้เมื่อเทียบกับปีก่อนๆนี่คือฤดูกาลที่ห่วยแตกที่สุดของ โชโล่
12 ครั้งแรก ฤดูกาล 2012-2013 เก็บได้ 31 แต้ม, ฤดูกาล 2013-2014 เก็บได้ 33 แต้ม, 2014-2015 เก็บได้ 26 แต้ม แล้วก็ 2015-2016 เก็บได้ 26 แต้ม แต่ปีนี้ 12 ผ่านมาได้แค่ 21
กระนั้นขึ้นชื่อว่าฟุตบอลยังดูกันยาวๆก็เหมือนอย่างที่ ซีดาน กล่าวไว้ในห้องแถลงข่าวหลังเกมว่า “ทีมยังแพ้อะไรเลย”

ศึกยากที่ผีแดง

หลังการตกรอบยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีกของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยกมือเห็นด้วยว่ามันเป็นความผิดพลาดของเขาที่ไม่อาจจะทำให้นักฟุตบอลเล่นเกมรุกได้ในนัดแพ้โมนาโก ตอนที่ โชเซ มูรินโญ ยืนยันปัจจุบัน ''แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังไม่พร้อมลุ้นแชมป์'' กำเนิดอะไรสังกัดสองกลุ่มดังจากเมืองแมนเชสเตอร์
ดูอย่างกับว่าสถานะการณ์ปัจจุบันมันเป็นไปในแนวทางของการตั้งหลัก ถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเดินหน้าสองสามก้าว ทั้งสองโค้ชที่ได้รับการเห็นด้วยว่าเก่งที่สุดในโลกในรอบ 10 ปีให้หลัง ถึงกับออกปากแบบนั้นเอาเรื่องของ เป๊ป ก่อน
คคราวหน้าจากโมนาโกพบว่า "เรือใบสีฟ้า" ยังไม่อาจจะยกฐานะตนเองให้ก้าวไปยังกลุ่มที่ใหญ่กว่าพรีเมียร์ลีก แม้จุดหมายของพวกเขาชัดแจ้งยิ่งนัก กระทั่งพวกเขามี เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่ในตอนนี้โดนบ่นว่าว่าที่ได้แชมป์เพราะเหตุว่ากลุ่มบาร์ซ่ากับบาเยิร์น มิวนิค มันดีอยู่แล้วดูจากตัวเลข…หลังเกมโมนาโกพบว่ามันน่าห่อเหี่ยวใจและก็ท้อแท้ใจกับการทุ่มทุนสร้างของอาบูดาบี ยูไนเต็ด กรุ๊ป
ครึ่งแรกเสีย 2 ประตู แถมไม่ได้ยิงสักหนึ่งครั้ง อย่าว่าแต้ยิงเลย แค่ทำเกมให้ขึ้นไปหน้าบ้านโมนาโกยังยาก ที่สำคัญกองหลังโชว์ความอ่อนหัดให้เห็น คลอดลูกสะเปะสะปะ แดนกึ่งกลางสู้คนพลังหนุ่มโมนาโกไม่ได้
เป๊ป ถูกตั้งปัญหาว่าสกอร์ที่เป็นต่อ 2 ลูกเป็นความจำเป็นหรือไม่ต้องไปใช้กึ่งกลางรุก 5 คนโดยผลักภาระหน้าที่ให้ แฟร์นานดินโญ ผู้เดียวที่เป็นตัวตัดเกม ในที่สุดมันเกิดขึ้นนั่นเป็นแดนกึ่งกลางแพ้ราบคาบแดนกึ่งกลางแพ้…กองหลังยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึง คือปัญหาใหญ่ของกลุ่มในปีนี้
การเสียสองประตูครึ่งแรกทำให้งานยากเกิดขึ้นแม้กระนั้นพวกเขาสามารถยิงตีไข่แตกหรือลุ้นตีเสมอได้ แต่ว่าจากเกมครึ่งแรกไม่มีผู้ใดมองว่ามันเป็นแบบนั้น ทุกคนมองว่ามีแม้กระนั้นจะโดนเพิ่มถ้าออกมาทรงนี้ ความมั่นใจมันก็สวนกัน…ซิตี้ จำต้องกลับมาพีคสุดๆมิเช่นนั้นโดนกระหน่ำเละ
เกมดูดีขึ้นแม้กระนั้นกว่าจะได้ยิงก็ขว้างเข้าไปนาทีที่ 65 โน่นเป็นจังหวะแรกที่ ซูบาซิช ได้เซฟ ก่อนที่จะ ซาเน จะยิงประตูตีไข่แตก อันเป็นประตูสำคัญ 2-1 ถ้าว่ากันตามจริงครึ่งแรกเกมดีขึ้นผิดหูผิดตา พร้อมยิงคืนได้ตลอด
แม้กระนั้นสิ่งที่เป็นปัญหานั้นก็คือกองหน้าดันไม่คมอีก…ใช้จังหวะสิ้นเปลือง กว่าที่ ซาเน จะยิงตีไข่แตก และก็จากนั้นมาเป็นหน้าที่กองหลังที่ไม่ได้ช่วยป้องกันอะไรเลย โดน 3-1 ที่เป็นประตูสำคัญส่งโมนาโก เข้ารอบ 8 กลุ่มในที่สุดจากผลรวม 6-6 ที่ได้จากยิงนอกบ้าน 2 ประตู
หลักสำคัญเป็นเกมรุกยังพอวางใจได้ว่าดี แม้กระนั้นพอเกมรับซึ่งยังไม่ปรับปรุงแก้ไขและก็พร้อมเสียประตู มันทำให้แมนฯซิตี้ ล้มเหลว และก็เมื่อดูภาพรวมๆรุกพอใช้ได้ แดนกึ่งกลางถ้าเช่นนั้นๆไม่แน่น ไม่ปึ้ก หลังพร้อมเสียเรือใบสีฟ้า จึงเป็นกลุ่มที่คล้ายกับลิเวอร์พูลเป็น…."ขาดสมดุล" ในกลุ่มไป
รับห่วยแตก รุกพอได้ แบบงี้จังหวะประสบผลสำเร็จมีจำกัด ก็จะอยู่ในตำแหน่งที่พวกเราเห็นเป็นราวๆนี้ ลุ้นพื้นที่ชปล. แม้กระนั้นลุ้นแชมป์อาจจะยาก เพราะเหตุว่าความสมดุลของกลุ่มไม่มี มันขาดส่วนสำคัญในกลุ่มไป เหมือนกับกลุ่มที่รับดี…แม้กระนั้นรุกไม่ได้ช่องประสบผลสำเร็จน้อยลง
เป๊ป เห็นด้วยหลังเกมแพ้โมนาโกว่าเขาไม่อาจจะทำให้ผู้ร่วมทีมเล่นแบบดุเดือด หยาบ และก็มีเกมรุกที่ดีพอในการชนะโมนาโก เขารับผิด ไม่โทษนักฟุตบอล แม้กระนั้นมั่นใจว่าในใจคงมีคนจำนวนไม่น้อยที่ถูกกาชื่อทิ้งในซัมเมอร์หน้านี้แน่ๆ
แผงหลังในตอนนั้นอยากฟูลแบกใหม่เพื่อมาเติมไฟในการเล่น ไม่ใช่ชุดเดิมอย่าง ซาบาเลต้า, คิลชี, โคลารอฟ หรือจนถึงเซนเตอร์ฮาล์ฟอย่าง ออตาเมนดี้ ก็ไม่ใช่เซนเตอร์มีเกรดอะไรมากไม่น้อยเลยทีเดียว แม้จะติดกลุ่มชาติอาร์เจนว่ากล่าวน่าก็ตาม

แผงหลังนี่ยกแผง …จอห์น สโตน เองก็จำต้องเล่นกับเซนเตอร์ที่มีระดับกว่าเขา ถ้ามุ่งมาดให้เขาคุมหลังผู้เดียวในตอนนี้ กระดูกบอลไม่ถึง ในยุโรปนี่ชัดเลย มีอุปสรรคต่อการเล่นเกมระดับค่อนข้างสูง ตอนที่แดนกึ่งกลางขาดตัวตัดเกมประสิทธิภาพไป
แนวรุกถือว่าพอได้ ชุดนี้ ทั้ง กุน อเกรโร , ซาเน, ราฮีม ยังได้โอกาสปรับพฤติกรรมเองได้ ที่ดีเป็นส่วนตัวเป็น เควิน เดอ บรอยน์ ตอนที่ ซิลบา ปีถัดไปจะยิ่งโรยหนักกว่านี้
ดูแล้วอิดโรย…มันเป็นงานใหญ่สำหรับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในวิธีการทำกลุ่มให้ยิ่งใหญ่ในแถวหน้าของแวดวง โดยเฉพาะการก้าวไปคว้าชัยชนะยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก ยุคแรกให้แมนฯซิตี้ ซึ่งเป็นจุดหมายสูงสุดในการสร้างแบรนด์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้อดทน
จากเพื่อนบ้านเสียงดังมายังเพื่อนบ้านที่ดูเงียบๆไม่ฮือฮาเหมือนช่วงซัมเมอร์ ที่มีหวังมากไม่น้อยเลยทีเดียวหลังการตั้ง โชเซ มูรินโญ คุมกลุ่ม
ปัจจุบันแม้เข้ารอบ 8 กลุ่มในที่สุดบอลยูโรปา ลีก และก็เหลือถ้วยเดียวที่ได้ลุ้นอย่างเป็นรูปธรรม มูรินโญ ให้สัมภาษณ์กับ แกรี ลินิเกอร์ พิธีกรรายการ "พรีเมียร์ลีก โชว์" ทางช่องบีบีซี มากมายหลักสำคัญที่สำคัญสุดเขากล่าวว่า "เรายังไม่พร้อมสำหรับการเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด"คมมากสำหรับประโยคนี้ และก็มันไม่ต้องขยายความว่าอะไรต่อให้มากไม่น้อยเลยทีเดียว
"ผมมีความรู้สึกว่าเรายังไม่พร้อมสำหรับการมีไว้ในครอบครองยุทธจักรบอลอังกฤษ พวกเรายังไม่พร้อมที่จะอุตสาหะ, ชนะทุกเกม มันยังมีช่องว่างระหว่างความทะเยอทะยานตามธรรมชาติของกลุ่มยักษ์ใหญ่ และก็สิ่งที่เราเป็นอยู่จริงๆณ เวลานี้"มันยากขึ้นกว่าเดิม มันต่างจาก 10-20 ปีก่อนอย่างสิ้นเชิง"
ผมว่าเขาสะท้อนอะไรได้ชัดแจ้งในประเด็นนี้ เขากำลังติดต่อสื่อสารกับแฟนแมนฯยูฯ ที่เต็มไปด้วยความมุ่งมาดระดับค่อนข้างสูงและก็จำต้องอุตสาหะประพฤติตัวแบบจมให้ลง เพราะเหตุว่ามันจะเข้าเกณฑ์เปลี่ยนเป็นแฟนลิเวอร์พูลที่รู้สึกแบบงั้นมาตลอด 26 ปี หลังจากได้แชมป์ลีกคราวสุดท้ายปี 1990อีกประโยคเด็ดหนึง่ที่สำคัญเป็น "ผมมาทำงานกับสมาพันธ์ที่น่าหดหู่"อันนี้ว่าคนใดกันนะ…ทดลองอ่านกันดู เอาสำคัญๆเป็นเขากล่าวว่า "ถ้าเป็นผมจะไม่ขาย อังเคล ดิ มาเรีย, ชิชาริโต้ และก็ แดนนี เวลเบค"
มั่นใจว่าสามคนนี้อาจได้รับความรู้สึกเชิงมีความขัดแย้งจากแฟนผีแน่นอนเพราะเหตุว่า ดิ มาเรีย มาในช่วงที่กลุ่มตกลงไปจากเดิม ตอนที่ เวลเบค ก็ไม่ได้รับความชื่นชมมากไม่น้อยเลยทีเดียวนัก ส่วนชิชาริโต้ นั้นน่าจะเป็นขวัญใจอยู่แต่ว่าเชิงแทกว่ากล่าวกแล้ววิธีขาย เวลเบค และก็ ชิชาริโต้ ออกไปมันเป็นคุณขาดกองหน้าตัวจบสกอร์
ส่วน ดิ มาเรีย นั้นเป็นนักฟุตบอลที่ มูรินโญ รู้สึกชื่นชอบ และก็เป็นนักฟุตบอลคนแรกที่เขาซื้อไปร่วมกลุ่มเรอัล มาดริด และก็ ดิ มาเรีย ก็กลับเข้าสู่ฟอร์มทอปของเขาอย่างเดิมกับกลุ่ม เปแอสเช มั่นใจว่าถ้า มูรินโญ อยู่กับกลุ่มเร็วกว่านี้เขาก็ซื้อมาร่วมกลุ่มและก็ใช้งานเป็นตัวเดินเกมให้แนวรุก
ส่วนนักฟุตบอลที่ มูรินโญ ไม่เอ่ยชื่อว่า ถ้าเป็นเขาจะไม่ซื้อมาร่วมกลุ่ม ซึ่งพวกเราเองสามารถเดาได้ไม่ยากเพราะเหตุว่าจากสิ่งที่เขาปฏิบัติในสนามแข่งขันและก็การจัดกลุ่มลงเล่นทุกสัปดาห์พอจะนำชื่อมาเฉลยคำตอบกันได้ไม่ยากมูรินโญ มีมรรยาทและก็มืออาชีพมากพอที่จะไม่เอ่ยถึงและก็มันไม่สมควรเอ่ยถึง แม้กระนั้นผมมั่นใจว่าไม่ใช่แฟนผีก็เดาได้ไม่ยาก
สิ่งที่ผมมั่นใจว่าแฟนผีและก็แฟนบอลทั่วไปจำต้องรู้สึกชื่นชอบกับการให้สัมภาษณ์ในประโยคต่อมากับ ลินิเกอร์ ว่า "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นสมาพันธ์ที่มีความยิ่งใหญ่มากมาย ไม่จะต้องไปแชมเปี้ยนส์ ลีกเพื่อยั่วยวนใจนักฟุตบอลมาร่วมกลุ่ม"
เขาเอ่ยถึง…อิบราฮิโมวิช ควรจะอยู่กับ กรุงปารีส, ป๊อกบา ควรจะอยู่กับยูเวนตุๆส และก็ มคิทาร์ยาน ควรจะอยู่กับดอร์ทมุนด์ต่อไปถ้านักฟุตบอลนึกถึงเรื่องการเล่นในแชมเปี้ยนส์ลีก และก็เขาเองรู้สึกแฮปปี้มากมายๆถ้านักฟุตบอลตกลงใจไม่ย้ายมาเพราะเหตุว่ากลุ่มไม่ได้ไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก เขาจะดีใจมาก ที่ไม่ได้นักฟุตบอลแบบงี้มาร่วมกลุ่ม
เอาง่ายๆว่า นักฟุตบอลต้องมีใจมาเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ ยุไนเต็ด ด้วยข้อตกลงเดียวเป็นเพราะเหตุว่านี่เป็นแมนฯยูฯ ไม่ใช่กลุ่มที่จำต้องไปเล่นชปล. หรือได้โอกาสไปเล่น
จริงนะครับ…การพูดแบบงี้ไม่ใช่เอาอกเอาใจหรือแค่ให้เกียรติ แม้กระนั้นมันเป็นแนวทางการทำงานของ มูรินโญ และก็ผมมั่นใจว่าโค้ชทุกคนจำต้องมีแนวทางแบบงี้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็อาจจะไม่อยากนักฟุตบอลที่มาเล่นกับกลุ่มเพื่อ "เงิน" , เกียรติศักดิ์ หรืออะไรนักฟุตบอลจะมาเล่นกับกลุ่มนี้เพื่อ "สมาพันธ์แห่งนี้"
มันยังไม่หมดยุคหรอก…เพราะเหตุว่าสุดท้ายแล้วกลุ่มที่ใช้เงินทุ่มซื้อนักฟุตบอลก็จะใช้เงินซื้อนักฟุตบอลตลอดระยะเวลา ไม่อาจจะดึงนักฟุตบอลที่มีความสามารถและก็มีจิตใจอยากประสบผลสำเร็จกับกลุ่มมาร่วมกลุ่มได้ ปัญหาของสองกลุ่มจากเมืองแมนเชสเตอร์ นั้นคนละแบบ
ตอนที่ เป๊ป กล่าวว่าไม่อาจจะทำให้นักฟุตบอลเล่นเกมจากที่เขาอยากได้ และก็กลุ่มอาจจะต้องมีความเคลื่อนไหวในซัมเมอร์ มันก็คล้ายกับ มูรินโญ ก็แค่ มูรินโญ มีแนวทางการทำงานของเขาที่ยืนยันอย่างแจ่มแจ้งแล้วว่า
"แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยากนักฟุตบอลที่มีใจอยากมาเล่นให้แมนฯยูไนเต็ด โดยมีเงื่อนไขเดียวเพราะเหตุว่านี่เป็นแมนเชสเตอร์ ยุไนเต็ด"       

ลุ้นต่อไป ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์

ทอตแน่มฮอตสเปอร์ ฟอร์มร้อนแรงในปี 2017 จริงๆ
ชัยชนะต่อวัตฟอร์ด ปัจจุบัน 4-0 ช่วงหัวค่ำวันเสาร์ทำให้ช่องว่างต่ำลงเหลือ4 ปลดปล่อยให้เชลซีกดดันเล็กน้อยตอนดึก เมื่อจำเป็นต้องเยี่ยมบอร์นมัธ
ชัยชนะปัจจุบันคือแต้มที่ 32 จากชัยชนะ 10 เสมอ 2 แพ้ 1 นับจากเดือนมกราคมเป็นต้นมารวมทั้งตารางอันดับของพวกเขาคือหัวหน้าฝูงในเดี๋ยวนี้…ว่ากันอย่างงั้นได้ปัญหาคือว่า…แล้วมันจะทันมั้ยครับผมเนี่ย
ในความรู้สึกแฟนไก่ยังคงมีหวังอยู่…แม้กระนั้นในสนามบอลเมื่อดูไปยังเชลซี ที่นานๆสะดุดสักหนึ่งครั้ง พวกเขาเกือบจะไม่พลาดในการเก็บชัยชนะ ที่สำคัญอย่าว่าแต่แพ้เลยครับผมหลุดไปเสมอนั้นยังนานๆครั้งด้วยซ้ำผลงานของพวกเขาโดยมากคือชนะ เกมปัจจุบันก็เหมือนกันนี่คือเกมที่สามหลังจากแพ้คริสตัล พาเลส คาบ้าน พวกเขากลับมาชนะรวดสองนัดทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แม้กระนั้นจุดหนึ่งที่เชลซีพอมีปัญหาให้เราเห็นคือช่วงหลังเสียประตูหลายครั้งครับ
อันนี้จำเป็นต้องมองว่า 7 นัดท้ายที่สุด อันโตนีโอ คอนเต้ จะปรับกลุ่มอย่างไรเพื่อลดการเสียประตู และลดแรงกดดันของกลุ่มลงเชลซี ยังถือถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกในมือรวมทั้งเป็น title to loseทั้งหมดทุกอย่างอยู่ในการควบคุมเกมของพวกเขาทั้งหมด ฉะนั้นทอตแน่มฮอตสเปอร์ มีบทบาทชนะไปเรื่อยเพื่อรอดูสถานะการณ์
สิ่งหนึ่งที่แฟนไก่ปลื้มปิติคือผลงานของกลุ่มที่เกิดขึ้นเวลาที่กลุ่มชุดแรกมีปัญหาทั้งเจ็บรวมทั้งฟอร์มหลุดไปบ้าง ตั้งแต่แนวรับจนกระทั่งกองหน้า มันดีเลิศ
คู่ฟูลแบกเกมปัจจุบันเป็น เบน เดวิส กับ คีแรน ทริปเพียร์ คู่กลางเป็น เอริก ถางเอ้อร์ กับ เดมเบเล ศูนย์หน้าใช้ วินเซนต์ แยนเซน แทน แฮร์รี เคน ที่พึ่งหายเจ็บกลับมามีชื่อเป็นผู้เล่นสำรอง รวมทั้งช่วงที่เดี้ยงนั้น สเปอร์ส เก็บแต้มตลอด
เฉพาะในไวท์ฮาร์ทเลนนี่ปัจจุบัน 11 ครั้งติดต่อกันแล้วที่ชนะ เคยทำเป็นดีเยี่ยมที่สุด 14 นัดเมื่อปี 1987 ในยุคของ เดวิด พลีธ เป็นผู้จัดการกลุ่ม แฟนไก่รุ่น "แมวเพชร" จำเป็นต้องจำได้เป็นอย่างดี เพราะว่าสเปอร์สคือกลุ่มที่มีทั้งผู้จัดการ รวมทั้งนักเตะตัวทอปของแวดวงมาเล่นด้วย
เรย์ เคลเม้นส์ เฝ้าเสา แกรี แมบบัตต์ คุมข้างหลัง กับ แกรี สตีเว่นส์ กองกลางก็ เกลน ฮอดเดิ้ล ปีกอย่าง คริส วอดเดิ้ล ดาวยิง ไคล์ฟ อัลเลน ที่ถือว่าเป็นหนึ่งในดาวซัลโวระดับทอปของลีกใกล้เคียงกับ เบื่อ รัช, แกรี ลินิเกอร์ ชุดนั้นมีกองหน้ากลุ่มชาติเบลเยียมด้วยนะ…สเปอร์ส ไม่ขาดนักเตะประเทศเบลเยี่ยมในกลุ่มคนใดกันแน่จำได้บ้าง…..
คิดดูว่าตัวทอป ตัวบิดาของแวดวงฟุตบอลมารวมตัวกันในกลุ่มสเปอร์ส เพียงแค่ขาดเพียงแค่แชมป์ลีกเท่านั้น เพราะว่าไปไม่ถึงจริงๆ
ในลอนดอนจึงตกใต้ร่มเงาของอาร์เซนอลรวมทั้งเชลซี ตอนนี้….มันสมน่าจะถึงเวลาของพวกเขาแล้ว ผมเองก็แอบเอาใจช่วยอย่างเงียบๆว่าเมื่อไรจะถึงเวลาทองของสเปอร์ส ซะหน
ในยุคของ เมาริซิโอ โปเชตว่ากล่าวโนแฟนสเปอร์ส พอจะมีความฝันถึงแชมป์ได้ครับผม มันไม่ใช่เรื่องไกลเหลือเกิน ปีที่ผ่านมา พวกเขาก็พลาดตกม้าตายช่วงท้ายซีซั่นปล้อยให้เลสเตอร์ ซิตี้ ครอบครองแชมป์มหัศจรรย์ ของลีกไปครองเหมือนกันครับผม…การพัฒนากลุ่มไก่กระทงของ พอช มันมีความเจริญ
นักเตะชุดนี้เล่นเข้าขากันเจริญ ขาดเพียงแค่บางนัด บางเกม ที่จำเป็นต้องชนะ ไม่ว่าจะเจอกับกลุ่มใหญ่หรือกลุ่มเล็ก มันมีเพียงแค่บางนัดที่พวกเขาหลุด กระทั่งทำให้การไล่ล่าแชมปฺ์เมื่อปีที่ผ่านมา รวมทั้งปีนี้ ขาดช่วงไปจริงๆถึงจุดนี้กลับมาห่าง 7 แต้ม แม้กระนั้นไม่ใช่เรื่องที่ควรจะยกเลิกความฝัน เมื่อมันยังไม่สิ้นเสียงนกหวีดนัดที่ 38 ยังได้ลุ้นกันต่อ

เกมนัดปัจจุบัน โปเชตว่ากล่าวโน จัดกลุ่มตามแทกว่ากล่าวก รวมทั้ง "แนวคิด" ของเขาแจ่มแจ้งเมื่อพินิจพิจารณาฟอร์มคู่ปรับอย่างวัตฟอร์ด ที่มาเน้นย้ำรับแน่นอนๆไม่เสียประตูมาสองเกมต่อเนื่องกัน ทางด้าน วอลเตอร์ มาสซารี คงไม่มีแผนการอื่นใด มาไวท์ ฮาร์ท เลน
ฉะนั้น วินเซนต์ แยนเซน จึงจำเป็นต้องรับบทบาทกองหน้าตัวเป้า ค้ำกับกองกลางวัตฟอร์ด ที่คงยืนออกันหน้าจุดโทษ แน่นไปหมด แล้วตัวรุกสามคนที่สนับสนุน แยนเซน คือ คริสเตียน เอริคเซน, เดลเล อัลลี รวมทั้ง ซอน เฮือง มิน จะรอช่วยทำเกมแดนท้ายที่สุด
แยนเซน บางทีอาจจะถูกค่อนขอดว่า…กองหน้าไม่มีสกอร์ เพราะว่าพึ่งยิงได้ประตูเดียวจากจุดลูกโทษด้วยซ้ำ แม้เขาเป็นดาวซัลโวมาจากพรีเมียร์ลีกของเนเธอร์แลนด์ แม้กระนั้นคงไม่ช่วยอะไรถ้าหากไม่สามารถที่จะปรับตัวเข้าระบบของสเปอร์สได้น่าเห็นใจ…เมื่อเขามาร่วมกลุ่มเดียวกันกับ แฮร์รี เคน ที่ร้อนแรงอยู่แล้ว
เกมนี้ แยนเซน ทำหน้าที่ค้ำ บางทีอาจเป็นตัวหลอก ให้ 3 ตัวรุกไก่จู่โจม หรือเป็นตัวเป้าเข้าทำ ถ้าหากมองจากเกมที่เกิดขึ้น เพราะว่าเขาสามารถเก็บบอล บังบอล เล่นกับ เอริคเซน ได้ มีจังหวะกลับบอลเข้าไปยิงระยะ 7-8 หลานั่นเจ้ากรรมบอลไปติดเท้า โกเมส ซะอีกก่อนสเปอร์สได้ประตู แยนเซน ได้โอกาส 3 ครั้งที่คงจะมีรายนามเป็นผู้ทำประตู แม้กระนั้นเขาก็พลาดไปหมด …คือไม่มีคำแก้ตัว ศูนย์หน้า จำเป็นต้องยิงประตู จะสร้างจังหวะ หาจังหวะ อะไรก็แล้วแต่ หรือสามารถติดต่อประสานงานกันเพื่อนพ้องๆเจริญ
นี่คือปัญหาของ แยนเซน แม้กระนั้นสำหรับเกมนี้เขาคือแผนของ โปเชตว่ากล่าวโน รวมทั้งเขาได้ช่องนั้น เขาจำเป็นต้องคว้าเอาไว้ให้ได้ แม้กระนั้นเขาก็ทิ้งมันไปอีก
แยนเซน บางทีอาจจะทิ้งจังหวะทองไป…แม้กระนั้นแนวคิดของ พอช เวิร์ค ในมุมที่สามตัวรุกข้างหลัง แยนเซน ทำหน้าที่ได้ค่อนข้างดี สลับหมุนวนกันวิ่งไปๆมาๆหน้าจุดโทษวัตฟอร์ต กระทั่งสบโอกาสยิงประตู โดยเฉพาะลูกยิงของ เดลเล อัลลีสวยงามอย่างยิ่ง
รับบอลจาก ซอน เฮือง มิน หน้าจุดโทษ แล้วปั่นโค้งเสียบสามเหลี่ยมบน มันทำให้วัตฟอร์ด เองเล่นยากขึ้นรวมทั้งสเปอร์สเล่นง่ายขึ้น ก่อนจะโดนลูกสองจากนอกเขตอีก เอริก ถางเอ้อร์ รวมทั้งปิดด้วย ซอน เฮือง มิน นอกจุดโทษอีก
แผนของ พอช มันเวิร์ค เมื่อใช้ แยนเซน ค้ำใน กองหลังยืนชิดเส้น 18 หลา แดนกลาง ถอนลงมาคุมโซน จ้องมอง รอดัก ไม่มาร์คกิ้ง หรือเข้าบอล ทำให้ สามพลังรุกไก่ ได้ช่องเล่นกับบอลเยอะแยะ
ไม่ต้องเซตเข้าในแล้ว เพราะว่า แยนเซน ยืนค้ำสะกดกองหลังไม่ให้ เดินขึ้น ฉะนั้นประตูจากนอกจุดโทษทั้งสามลูกในครึ่งแรกรับรองแนวทางณ์ของ โปเชตว่ากล่าวโน หมดแล้ว ลูก 4 รวมทั้งการลงในสนามของ แฮร์รี เคน คือของแถมว่าศักยภาพของสเปอร์ส ในตอนนั้น โอเคเลย คล้ายกับเชลซี
ตัวเจ็บ มีผู้แทน แปลงแผน ยืดหยุ่นได้ สลับนักเตะบางตำแหน่งโดยไม่เสียหายหรือมีผลเสียต่อเกมการเล่น โชคร้ายเพียงแค่ว่า…พวกเขามักจะหลุดในระยะเวลาเข้าได้เข้าเข็ม แบบว่าจี้ติดๆมาแล้วสะดุดซะงั้น
ถ้าหากมองจากผลงานตั้งแต่ระยะแรกของซีซั่น 6-7 นัดแรกยังตามหัวหน้าฝูงอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต้มเดียว แม้กระนั้นผ่านถึงนัดที่ 12 เชลซี ขึ้นครองหัวหน้าฝูง พวกเขาอยู่ที่ 4 รวมทั้งมีแต้มตามเชลซี 4 แต้ม โน่นคือใกล้เชลซีที่สุดจนกระทั่งช่วงหัวค่ำวันเสาร์ก่อนหน้าที่ผ่านมาก็ 4 แต้มแม้กระนั้นหลังจากเชลซีบุกเฉือนบอร์นมัธ นุ่มๆความห่างกลับไปที่ 7 แต้มอย่างเดิม

ถ้าหากจะมีอะไรบกพร่องเกิดขึ้นกับเชลซี ไม่ต้องแพ้ 3 ใน 7 หรอกครับผม ผมว่าลุ้นอย่างงั้นยากเกินรวมทั้งมหัศจรรย์เหลือเกินถ้าหากเชลซีจะแพ้คนใดกันแน่ 3 นัดใน 7 นัดท้ายที่สุด เอาเพียงแค่เสมอสักสามนัด ผมว่ายังง่ายดายกว่ารวมทั้งมีทางเป็นไปได้
ผลเสมอสามนัดบางทีอาจโหยกเหยกต่อตำแหน่งหัวหน้าฝูงแน่นอน เพราะว่ามันจะหายไป 6 แต้ม แม้กระนั้นระยะเวลาดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ไม่เคยทราบแหละช่วงไหน สเปอร์สจำเป็นต้องชนะรวด แต้่มห่าง 1 เมื่อไร ก่อนปิดซีซั่นสักสองสามนัดผมว่า…แฟนไก่ จะได้ลุ้นมากยิ่งกว่านี้
ไม่ต้องลุ้นให้เชลซีแพ้ ลุ้นให้แต้มเชลซีหายไปนัดละ 2 จากผลเสมอ ผมว่าง่ายดายกว่า รวมทั้งจังหวะจะเปิดกว้างกว่านี้ แม้กระนั้นเมื่อห่างกัน 7 แม้มองยากแม้กระนั้นยังคงมีหวังอยู่ครับ ไม่ได้ไกลซะทีเดียว อย่างต่ำพรีเมียร์ลีกมีอะไรให้ตื่นเต้นอยู่บ้างสเปอร์ส ก็ทำหน้าที่ของตนคือชนะในเกมต่อไป อย่างน้อยที่สุดในยุคของ เมาริซิโอ โปเชตว่ากล่าวโน แฟนไก่เดินยืดได้แถวเซเวนส์ ซิสเตอร์ได้มากยิ่งกว่าแฟนปืนแชมป์หรือเปล่าอีกหนึ่งเรื่อง…แม้กระนั้นณ จุดนี้มันคือความเจริญครับผม
สเปอร์ส ซื้อนักเตะเสริมกลุ่มจริงแม้กระนั้นไม่ทุ่มทุนบ้าดีเดือดราวกับกลุ่มใหญ่ พวกเขาได้ส่วนประกอบที่ลงตัว ผู้ฝึกสอนก็คนหนุ่มไฟแรงที่รอเวลาเพิ่มความสำเร็จให้เป็นรูปธรรม จากวิถีทางที่เดินมาถูกแล้ว
ตอนต้นซีซั่นไปเสียรังวัดเสมอง่าย และไม่เก็บชัยชนะตลอด ทำให้การลุ้นแชมป์จึงขาดๆเกินๆมาถึง 7 นัดท้ายที่สุด ก็จำเป็นต้องลุ้นต่อไปครับผม

สิงห์โตน้ำเงินย่อตัว

ความพ่ายแพ้ของเชลซีต่อ คริสตัล พาเลส เป็นเรื่องเกิดขึ้นได้ เพียงแต่ว่ามันน่าจะเป็นเพียงแค่เกมเดียวที่เรียกว่า one off แพ้แล้วแพ้ไป…กลับมาชนะได้ในทันที สถานะการณ์ตอนนี้คือนำสเปอร์ส 7 แต้มแข่งเสมอกันเป็นทีมสเปอร์สที่คือผู้ท้าชิงตัวจริงมากกว่าทุกทีม จังหวะไม่เป็นใจที่โปรแกรมมาแข่งพร้อมกันคืนวันพุธ …คือถ้าเกิดสเปอร์สเตะก่อนแล้วชนะ แต้มเหลือ 4 น่าจะก่อให้เกมคู่เชลซีต้อนรับการมาเยือนของแมนฯสิตี้ เข้มข้นยิ่งนัก
แต่ว่าเมื่อโปรแกรมออกมาอย่างนี้แล้วนำ 7 แล้วเตะวันเดียวกันก็ลุ้นกันไปสองสนาม ที่สำคัญเกมนี้หลายทีมร่วมลุ้นกับเชลซีด้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลิเวอร์พูล, อาร์เซนอล แล้วก็แมนฯยูไนเต็ด คือเชียร์ให้เชลซีปิดบัญชี เรือใบสีฟ้าไปเลย
ว่ากันถึงสถานะการณ์ของเชลซีก่อนลงสนามนัดหมายนี้ก็มีแรงกดดัน ความเคร่งเครียดกันบ้าง ภายหลังพ่ายแพ้คริสตัล พาเลส คาบ้าน มันเหมือนมีอะไรมากระตุกต่อมสู้ของเชลซี ไม่ให้ลดลงไป นี่คือดีที่แต้มนำ 10 ทำให้ความพ่ายแพ้ในลักษณะอย่างนี้ มันเป็นเชิงบวกมากกว่าลบ
แพ้นัดหมายเดียว..อย่างที่บอก เกมนี้อาจเจอทีมใหญ่อย่างแมนฯสิตี้ แต่ว่าเอาเข้าจริงๆจุดบอดของสิตี้ เยอะเลย แล้วก็เชลซี ก็ไม่จำต้องเล่นเพื่อชนะ เล่นรัดกุม รอคอยตีหัวเข้าบ้าน เพื่อสามคะแนน ง่ายดายกว่า
ถ้าเกิดย้อนไปดูผลงานในเกมที่แพ้พาเลส คงจะโทษคนใดกันแน่มิได้เว้นแต่เกมรับของตนเองที่ เสียสมาธิแล้วก็คลอดประมาท วิลฟรีด ซาฮา กับ เบนเตเก้ มากเกินความจำเป็น
ทั้งเกมเชลซีมีโอกาสซัดประตูตั้ง 24 ครั้งเข้ากรอบ 11 แต่ว่าได้มา 1 ส่วนพาเลส ยิงไป 8 เข้ากรอบ 3 เป็นสองประตู เกมอย่างนี้มันมีเกิดขึ้นแน่ๆปัญหาที่ อันโตนีโอ คอนเต้ ต้องปรับก่อนรับมือกับเกมรุกสุดอันตรายจากแมนฯสิตี้คือ…อย่าเสียท่าเสียประตูก่อนเดี๋ยวจะกดดันตัวเองเปล่าๆเกมที่พบกับพาเลส มันคือแรงกดดันอย่างหนึ่งที่ดันไปเสียประตู 2-1 แบบไม่ทราบเนื้อรู้สึกตัว
เพราะฉะนั้นเกมนี้ คอนเต้ จะต้องปรับจูนเกมรับใหม่เพื่อรัดกุม ไม่พลาดและไม่เสีย เพราะเหตุว่าจะว่าไปเกมรับเชลซียังไงก็ยังดูเหนียวกว่าแมนฯสิตี้ มากไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นเกมนี้ คอนเต้ น่าจะกลับไปยึดสูตรการเล่นแบบเดิมคือใช้กลางรับสองคน กองเต้ จะยืนคู่กับ มาว่ากล่าวชหรือ ฟาเบรกาส ซึ่งนัดหมายที่แพ้พาเลส ส่งพร้อมกันสามคนเลย เชสก์ดันขึ้นไปสูงหน่อย…
นัดหมายนี้อาจจะต้องส่ง วิลเลียน ลงมาเล่นเกมนี้พร้อมกันกับ เปโดร แล้วก็ เอดินแดน อาซาร์ โดย คอสต้า ค้ำหน้า แนวรับชุดเดิม เพียงแค่ปรับนิสัยผู้เล่นในดินแดนกลางเพียงแค่นั้น ผมทายใจใจ คอนเต้ ว่าน่าจะเลือก ฟาเบรกาส เล่นกับ กองเต้ เพราะเหตุว่า ฟาเบรกาส เปิดบอลยาวแม่นกว่า มาว่ากล่าวช

การเล่นจังหวะสวนกลับอย่างนี้ ฟาเบรกาส มีประโยชน์ เพราะเหตุว่ายังไง แมนฯสิตี้ ไม้่มีหนทางแล้วก็ทีมเป๊ป คงจะต้องเล่นเกมรุกเข้าหา หรือไม่ก็ถอยคุมโซน ถ้าเกิดถอยก็เข้าทางเชลซี ที่จะเล่นเกมไปตามจังหวะ แม้กระทั่งบุกเข้าหายิ่งเข้าทางตอบโต้กลับเชลซีมากขึ้น
ไม่ว่าเป๊ป จะเลือกคนใดกันแน่ลงสนาม ออตาเมนดี, สโตน, คลิชี, ซาบาเลต้า ท่ีน่าจะวิ่งลงสนามแทน นาบาส ที่นัดหมายก่อนเป็นหามขวา เกมนี้ดินแดนกลางอาจจะต้องใช้ ยายา ตูเร ลงเล่นกับ แฟร์นานดินโญ ตอนนี้ลอตเตอรี่ในเกมรุกจะไปออกที่คนใดกันแน่ต้องนั่งดู
ดาบิด สิลบา, ราฮีม สเตอริง ที่นัดหมายก่อนเบาๆไป เลอรอย ซาเน ทอปฟอร์ม แล้วก็ เควิน เดอ บรอยน์ คือหัวใจเกมรุกของทีม กุน อเกรโร หน้าเป้าอย่างเดิม ถ้าเกิดให้ทายใจใจ เป๊ป น่าจะพัก สิลบา เพราะเหตุว่าตำแหน่งบางทีอาจจะทับกับ เดอ บรอยน์ เนื่องมาจากเกมนี้ต้องส่ง ยายา ตูเร ลงมาช่วยเกมดินแดนกลางนั้นเองขอรับ
จัดแบบไหน…แนวคิดของ เป๊ป คงจะเฝ้าบ้านมิได้ละครับ ต้องออกมาเดินเกมรุกใส่เชลซี เพราะเหตุว่าพวกเขาต้องการชัยมากกว่า ต้องการยิงประตู ถ้าเกิดมัวแต่คุมโซน รักษาเชป เอาไว้ในดินแดน ดูท่าว่าไม่น่ารอคอย
เป๊ป น่าจะย้ำเกมพาสสิง เข้าหาบุกเข้าใส่ วัดกับเชลซี เพราะฉะนั้นจุดนี้ก็เลยเป็นการฉกฉวยพื้นที่ดินแดนกลางว่าคนใดกันแน่จะคุมเกมได้มากกว่า
กองเต้ คู่ ฟาเบรกาส ปะทะ กลางรุกของสิตี้หมายถึงเดอ บรอยน์ แล้วก็จะมี ยายา ตูเร ดันขึ้นมา ส่วนแฟร์นานดินโย จะต้องพบกับ อาซาร์ ให้ปวดศรีษะเล่น งานนี้สู้กันเผ็ดร้อนรุนแรง แล้วก็เกมมีลัษณะทิศทางจะออกมาถึงใจถึงอารมณ์อย่างแน่นอนถ้าเกิดเล่นเกมออกมาแนวนี้…เชลซี น่าจะชิงเหลี่ยมของเกมไว้ได้ดีกว่า
ชั่วโมงนี้ไม่ใช่ว่า แมนฯสิตี้ ไม่สามารถที่จะเจาะแนวรับเชลซีได้ แต่ว่าสิ่งที่น่ากังวลคือ สโตน กับ ออตาเมนดี ไม่น่าจะรับมือกับ คอสต้า แล้วก็ อาซาร์ ได้อยู่ นั่นรวมถึง เปโดร กับ วิลเลียน ที่หวือหวา รวดเร็วทันใจ จุดตัดสินแพ้ชนะเกมนี้น่าจะอยู่ที่เกมรับสองฝั่งมากกว่าเกมรุก
คล้ายๆกับที่ลิเวอร์พูลเสมอแมนฯสิตี้ ซึ่งเกมรับพลาดทั้งสองฝั่ง แต่ว่าเกมรุกไม่เด็ดขาดเอง ปิดบัญชีกันมิได้ แต่ว่าเกมนี้มีความต่างตรงที่ เกมรับเชลซี รัดกุมกว่าเด็กหงส์ แล้วก็รัดกุมกว่า เรือใบ ตรงนี้คืองานยากของ เป๊ป เมื่อดูมายังเกมรับของตนเองที่พึ่งพิงเสียให้ปืนไปสองลูก
รับรองว่า…นัดหมายนี้มีเสียประตูให้เชลซีแน่ๆขอรับ แล้วถ้าเกิดเสียก่อน ผมเชื่อว่าเที่ยวนี้จะไม่พลาดเมหือนนัดหมายล่าสุดอีกแล้ว นั่นคือการเสียสถิติที่นำก่อนแล้วแพ้ในเกมเป็นครั้งแรก แต่ว่าคราวนี้ถ้าเกิดเชลซี นำก่อน
จุดที่น่าดึงดูดคือ เป๊ป จะก่อให้เกมรับของพวกเขาหรือการจัดระบบเกมรับ รัดกุมเยอะที่สุดได้อย่างไร คอสต้า, อาซาร์, วิลเลียน, เปโดร แถมด้วย ฟาเบรกาส ขึ้นเพิ่มเมื่อรุก ดูผลงานในลีกแล้วต้องเห็นด้วยว่าเกมรับของทุกทีมโดนกันหมดถ้วนหน้า เพราะฉะนั้น เป๊ป ต้องติวเข้มการเล่นเกมรับเพื่อรับมือกับมหันตภัยในเกมรุกของเชลซีที่เอ่ยนามมาทั้งปวง

แล้วมุมอื่นมีอะไรอีกมั้ย ผมรู้สึกว่าคงจะไม่มีชะตากรรม หรือการตัดสินผิดพลาดอะไรมาส่งผลต่อเกมนี้ มันสู้กันด้วยแทกว่ากล่าวกของโค้ชสองฝั่ง แล้วก็ผมคิดว่า คอนเต้ ต้องจี๋จุดบอดแมนฯสิตี้ คือทำยังไงก็ได้ให้มีพื้นที่ มีช่องว่าง แล้วก็ตอกย้ำซ้ำเติมความไม่รอบคอบที่เกิดขึ้นตลอดทั้งซีซั่น 32 ลูกที่เสียไปเฉลี่ยโดนนัดหมายละหนึ่งลูกแน่ๆแล้วเป็นทีมในกลุ่มทอปที่เสียประตูมาก…เพียงแค่เสียน้อยกว่าเด็กหงส์เท่านั้นเอง ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขที่ไม่เหมาะสำหรับการประสบความสำเร็จอะไรเลย เมื่อเกมรับยังสะเพร่าขนาดนี้ แม้กระทั่งพื่้นที่ ชปล. บางทีอาจจะวืดได้

 

สุดมันส์ หงส์ vs ไก่

บิ๊กแมตช์อาจจะสุดสัปดาห์นี้…อาจจะไม่มีอะไรมากไปกว่าการฉกฉวยสามคะแนนเพื่อพื้นที่ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก ระหว่างลิเวอร์พูลกับสเปอร์ส
ภายใต้ความกดดันคนละแบบสองแบบ
แน่นอนครับ…ในทางทฤษฏีพวกเราสามารถอ้างได้ว่าสองกลุ่มนี้ยังมีหวังอยู่บ้างในการลุ้นแชมป์ แต่ว่าในทางปฏิบัติ ในทางความรู้สึก ในทางประสบการณ์ของแฟนบอลและก็งานข่าว เชื่อมั่นได้ว่า สเปอร์สกับ ลิเวอร์พูล ถูกตัดชื่อออกไปจากสาระบบการลุ้นแชมป์เป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว
แม้เหลืออีก 14 นัดรวมถึงนัดปัจจุบันด้วย…แต่ว่าเชื่อเถอะว่า จนถึงแฟนหงส์เองยังส่ายหน้า แฟนไก่รู้สึกยอมแพ้กับทั้งช่องว่างที่ห่างและก็ฟอร์มของเชลซี "ผู้นำฝูง" ที่ยังเสมอต้นเสมอปลาย ไม่เพลี่ยงพล้ำอะไรกล้วยๆ
มีแต่ว่าสิงห์บลูจะมุ่งหน้าเข้าหาแชมป์ขึ้นทุกอาทิตย์
โอเคครับ…มาว่ากันถึงเกมบิ๊กแมตช์ระหว่างลิเวอร์พูลกับสเปอร์สที่แย่งชิงสามคะแนนเพื่อพื้นที่ยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก ถามคำถามว่าผู้ใดหนักกว่ากันมันคนละแบบ
หงส์แดง อาจจะหนักในแง่ที่ว่าก่อนลงสู่สนามพวกเขามีโอกาสหล่นไปอยู่อันดับ 6 เนื่องจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อันดับ 6 จักจี้มาเหลือ 1 คะแนน พวกเขาลงสู่สนามก่อนพบกับวัตฟอร์ด ถ้าเกิดเก็บสามแต้มได้ ซึ่งแน่ใจว่าช่องทางเก็บสามแต้มนั้นมีแน่
"ปีศาจร้ายแดง" จะแซงขึ้นอันดับ 5 หรือดีมากยิ่งกว่านั้นคืออันดับสี่ถ้าหากอาร์เซนอลในตอนค่ำดันแพ้ฮัลล์ สิตี้ ติดอยู่บ้าน
ถึงจุดนี้บอลเป็นศาสตร์ที่พัฒนาต่อไปได้เท่ากัน สามารถแพ้ชนะกันได้ในเกมเลย ไม่มีใครเหนือกว่าเป็นรองเท่าไรนัก กลุ่มขนาดเล็กพร้อมสุ้ พร้อมฝ่าเพื่อความมีชัย เพื่อสามคะแนนกับกลุ่มใหญ่ ถ้าหากไม่เหนือกว่าเท่าไรนัก วางแทกว่ากล่าวกมาแล้วใช้ได้ผล
พวกเขามีสิทธิ์ชนะในเกมเช่นกัน
จุดที่กลุ่มขนาดเล็กจะเป็นรองกลุ่มใหญ่มีเรื่องเดียวคือ "ความเสมอต้นเสมอปลาย" อันเป็นผลมาจากประสิทธิภาพของกลุ่มแนวลึก ที่อาจจะรักษาฟอร์มที่ดีแบบนานๆไม่ได้ อันนี้คือความแตกต่าง แต่ว่าถ้าหากเปรียบเทียบกันเฉพาะแมตช์ต่อแมตช์ เพียงแค่ 90 นาที
ราวกับเกมบอลถ้วย ราวกับเอฟเอ คัพ แพ้ไม่เข้ารอบ ชนะไปต่อ วางแทกว่ากล่าวกอย่างนี้กลุ่มเล็กชนะกลุ่มใหญ่ได้เช่นกัน
ตัวอย่างมีให้มองเห็นแล้วทั้งกับสเปอร์ส, อาร์เซนอล, แมนฯยูฯ จนถึงลิเวอร์พูลที่โดนกลุ่มเล็กด้านหลังตารางสอยมาหลายทีมแล้ว
นี่คือบอลยุคโมเดิร์น ที่ศาสตร์บอลปรับปรุงจนกระทั่งสามารถเอามาใช้เพื่อแพ้ชนะกันได้ในเกมเดียวกัน แต่ว่าถ้าหากจะบอกถึงเกมระยะยาวทั้งซีซั่น ตรงนี้แหละครับที่แยกระดับของกลุ่มได้แจ่มแจ้ง และก็พวกเราก็มองเห็นกัน…
ครั้งนี้เมื่อกลุ่มใหญ่มาเจอกัน… หรือกลุ่มขนาดใหญ่ ที่มีเป้าใหญ่กว่ากลุ่มเล็กมาเจอกัน จะออกมาแบบไหนดี

เริ่มที่ ลิเวอร์พูล กำลังเจอหน้ากับวิกฤตการณ์ครั้งสำคัญในยุคของ เจอร คลอปป์ ถึงขั้นโดนสื่อเอาตัวเลขที่เขาดำเนินการใน 54 เกมแรกไปล้อเลียนว่าไม่ต่างอะไรจากยุค เบรนดัน รอดเจอร์ส คุมสักเท่าไหร่

อีกทั้ง…ตั้งแต่แมื่อปี 2017 เริ่มเปิดศักราชมาพวกเขาราวกับเป็นปีชง…ยังไม่ชนะผู้ใดในพรีเมียร์ลีก แถมแพ้ในแอนฟิลด์ติดต่อกัน รวมถึงผลงานที่ชั่วร้ายที่สุดตั้งแต่แมื่อสิ้นยุคของ รอดเจอร์ส ที่สำคัญแผนการที่ฝันกันเอาไว้…

พังทลาย (นอกจากผม ที่ไม่เคยคิดตั้งแต่ตอนแรกว่าหงส์มีลุ้นแชมป์)

เอาดีๆนะ

เจอร คลอปป์กับกลุ่มบริหารเองตั้งเป้าไว้ที่ 4 ตั้งแต่ตอนแรก แต่ว่าพอเพียง 13 ครั้งแรกหรือหนึ่งในสามของระยะทางพวกเขาทำแต้มนำผู้นำฝูงและก็ปฏิบัติตนเป็นกลุ่มที่มีโอกาสลุ้นแชมป์ มันก็เลยสร้างความหวังให้กับแฟนหงส์และก็สื่อมวลชนสายหงส์ที่เมอร์ซีย์ไซด์

go so big อะไรประมาณนั้น

มาถึงจุดนี้….ถ้าหากจะถามคำถามว่าลิเวอร์พูลเล่นต่ำลงยิ่งกว่ามาตรฐานอะไรมั้ย ผมคิดว่ามันอาจจะไม่ใช่แล้วละครับ เนื่องจากเรื่องจริงๆคือมันมาตรฐานเดิมที่เคยมีนั่นแหละ และก็วัตถุประสงค์เดิมคือลุ้นที่ 4 ซึ่งก่อนเปิดซีซั่นหงส์คือเต็ง 6 นะครับ

ว่ากันตามจริง…อย่างที่พวกเรารู้กัน แมนฯสิตี้, แมนฯยูฯ, เชลซี, อาร์เซนอล, สเปอร์ส และก็ลิเวอร์พูล มันถูกคาดการณ์และก็จัดแถวเอาไว้อย่างนี้อยู่แล้ว

โอเค…กลับมาอยู่ที่เดิม ณ จุดนี้ และก็การลุ้นทุกข์ยากราวกับที่้คาดการณ์กันเอาไว้เดิมที และก็ใน 14 นัดที่เหลือมันคือการยืนยันว่าพวกเขาจะเหมาะสี้หรือเปล่า และก็จะต้องช่วงชิงกันสุดชีวิตกับ 4 ขั้นแรกบวกกับแมนฯยูฯ ที่กำลังอยู่ในตอนขาขึ้น

ถ้างั้น…เจอร คลอปป์ จะไขปัญหายังไงในเมื่อเกมรับคือปัญหาใหญ่ของกลุ่มไม่อาจถูกปรับปรุงแก้ไขหรือปกปิดด้วยเกมรุกอีกแล้ว เนื่องจากเมื่อเกมรุกแคบ ทำอะไรคู่ปรับไม่ได้ เกมรับที่พร้อมเสียก็ทำให้กลุ่มแพ้ทันที

อีกหนึ่งปัญหาที่มากขึ้นเมื่อซีซั่นผ่านไปคือ "แทกว่ากล่าวก" เกมรับของคู่ปรับในลีกกว่า 15 กลุ่มที่ไม่เปิดหน้าแลก และก็เกมรุกหงส์แดงหมดปัญญาเจาะ แถมไอเดียไม่นานาประการ บอลหน้าเดียว แล้วยังไม่ได้เล่นเกมที่ถนัดคือเพรสสิง เนื่องจากไม่เคยรู้จะเพรสอะไร มีแต่ว่า พาส อย่างเดียว

No pressing just passing or knock ball around.They cant get through tight defensive tactical.Lack of idea to break that.

ผมเขียนเองไม่ได้ลอกฝรั่งมา…คือไม่ได้เพรสหรือรุมแย่งบอล ได้แต่ว่าผ่านบอล หรือเคาะบอลไปๆมาๆในสนาม หาทางผ่านเข้าไปไม่ได้ ขาดไอเดียในการทำลายแทกว่ากล่าวกเกมรับ

อย่างที่มองเห็นคือพอเพียงหาปากทางเข้าจุดโทษไม่ได้ แล้วก็ไม่จบด้วยการยิง แล้วพอเพียงส่งบอลพลาดโดนตัดได้ สวนกลับเสียประตู เนื่องจากข้างหลังลอย หรือเสียลูกเซตพีส คุ้มครองป้องกันไม่ได้ ก็โดนลงโทษทันที ทำให้กลุ่มแพ้ติดๆกันมาตั้งแต่แมื่อปีใหม่

บอส เจเค ถูกถามและก็มีบางบุคคล แฟนหงส์บางบุคคลนะครับ สะเหร่อ บอกไล่ออก และก็ขอเปลี่ยนผู้ฝึกสอน

แฟนบอลยุคใหม่พวกนี้มักทำให้แฟนหงส์ส่วนใหญ่เสียเชื่อ…เอะอะ จะเปลี่ยนผู้ฝึกสอน เอะอะ ลุ้นแชมป์ ทุกปี

อะไรครับ…พวกคุณมึง

เกมนี้ไม่ต้องติชมอะไรมาก…และก็พวกเราก็ยังไม่ทราบดีว่าบอสเจเค จะไขปัญหาเกมรับได้ดีแค่ไหน เนื่องจากมันยังแก้ไม่ได้มาตั้งแต่ครั้งแรกที่ชนะอาร์เซนอล 4-3 จนถึงเดี๋ยวนี้ มีข้อดีก็คือสเปอร์ส ก็ไม่ใช่กลุ่มที่เน้นเกมรับ

โน่นอาจทำให้ เกเก้น เพรสสิง ดำเนินการ…แต่ว่าจะเห็นผลหรือไม่เพราะภาวะจิตใจเด็กหงส์เดี๋ยวนี้หมดกำลังใจและก็ขาดความมั่นใจและความเชื่อมั่นไปมากมาย

ช่วงเวลาเดียวกันทอตแน่มฮอตสเปอร์จัดว่าเป็นกลุ่มในกลุ่มนำที่มีพื้นฐานเกมรับดี พลาดยากเสียยาก เกมรุกหวังผลได้ ขาดเพียงแค่เกมบางเกมที่พวกเขาควรชนะกลับไม่ชนะ ดันพลาดเสมอ และก็ที่สำคัญสเปอร์ส เจอกับกลุ่มในกลุ่มเดียวกันนั้น…

มีอุปสรรคต่อการเอาชนะเช่นกัน

ถ้าหากถามคำถามว่าบิ๊กแมตช์ระหว่างหงส์แดงกับไก่มุ่งหวังอะไร

บอกตามจริงไม่ใช่ออกตัว หงส์แดง ยังมีสิทธิ์แพ้ติดอยู่บ้านได้อีก เนื่องจากเกมรับทั้งส่วนตัว หาม, เซนเตอร์ และก็ส่วนระบบเกมรับ เมื่อรวมกับกองกลางมาพ่วงด้วย ยังไม่เนี้ยบเลย มันมันมี mistake เกิดขึ้นได้ตลอด

อ้อ…ผู้รักษาประตูด้วย

วันดีคืนดีไม่เคยรู้ มันจะรับบอลกล้วยๆหลุดมือหรือปลดปล่อยบอลลอดขาข้ามเส้นประตูเข้าไปหรือไม่

จุดเปราะบางมันมากมาย…

ถามคำถามว่ากี่เกมแล้วครับที่ กองหลังหงส์แดงอยู่ๆมันก็เสียประตูแบบไม่มีเหตุผล ของบอล หรือจากการบุกของคู่ปรับเพียงแค่ 1 ครั้งก็เสียแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกโด่งนี่แหละ โดนประจำ และก็พอเพียงเสียประตูเกมก็เสียไป

บวกกับเกมรุกที่เน้นบอลช่อง แต่ว่าไม่มีช่องให้เจาะ เนื่องจากแน่นหมด รถบัสสองคัน จะเจาะแบบไหน พอเพียงเจาะช่องไม่ได้ ผ่านบอลกันไปๆมาๆก็ไม่ได้ยิง ไม่มีเกมรุกแบบอื่นๆได้แก่ครอสจากข้างๆ , เซตพีส, ยิงไกล

บอลครอสจากข้างๆยิ่งไม่ต้องหวังเลย…เนื่องจากกองหน้่าหงส์ไม่ได้เก่งลูกโหม่ง นานครั้งปีหน จะโหม่งได้ประตู

นี่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นภายหลังถูกจับทางได้ และก็ทางนี้ใช้ได้ผลเพียงแค่ 50% ความหลากหลายไม่มีเท่าไรนัก ช่วงเวลาเดียวกันทอตแน่มฮอตสเปอร์ เองเป็นกลุ่มที่ก็มีปัญหาไม่ต่างอะไรกัน บางเกมเล่นดีครึ่งเดียว

บางเกมคิดจะหมดมุขก็ตื้อไปซะงั้น

ลักษณะคล้ายกันก็แค่…สเปอร์ส มีดีมากยิ่งกว่าหงส์แดงในเรื่องเกมรับที่แน่นแฟ้นกว่า รัดกุมกว่า พลาดยากกว่า รากฐานที่ตรงนี้ทำให้สเปอร์ส จะพลาดยากและไม่ปลดปล่อยให้เกิดวิกฤตการณ์ราวกับหงส์แดง

แบบหลุดแล้วหลุดเลย…

สเปอร์สจะพลาดยากแล้วถ้าหากพลาดจะกลับมาชนะในเกมต่อไปทันที ไม่มีพลาดสม่ำเสมอแบบหงส์แดง ณ เวลานี้

ถ้าหากเปรียบเทียบกันแล้วในขณะนั้น จุดบกพร่องของหงส์แดงที่มาเพิ่มเติมคือ "ขาดความมั่นใจและความเชื่อมั่น" ในกลุ่มซะแล้ว แล้วบอลที่เล่นด้วยความไม่มั่นใจ ช่องทางผิดพลาดมีสูง ช่องทางแพ้มีเยอะแยะ ช่องทางชนะมีน้อยทันที

ด้วยเหตุนี้…บทวิพากษ์บิ๊กแมตช์เกมนี้ ขอให้ติดตาม

1 การแก้ปัญหาเกมรับว่า บอสเจเค จะทำอย่างไรบ้าง และก็เกมรุกจะมีไอเดียมากมายแค่ไหน มีอะไรมาเพิ่ม รวมถึงกรรมวิธีการเล่น…เล่นด้วยความเชื่อว่าทำได้หรือเล่นด้วยความไม่มั่นใจ งงงันๆซุ่มซ่ามๆกันไป

2 สเปอร์ส เองเจอกลุ่มในกลุ่มทอป 6 จะต้องสอบผ่านให้ได้เพื่อพื้นที่ชปล.

ส่วนรายละเอียดการปรับแต่งอะไรนั้น ผมว่ารอดูข้างหลังเกมจบมาว่ากันเป็นฉากๆมีอะไรบ้าง

ฟันธงมั้ย…

ชนะ, เสมอ และก็ แพ้ได้ เท่ากันทั้งหงส์และก็ไก่ ครับ ไม่ใช่กำปั้นทุบดิน เนื่องจากคู่นี้เท่ากันหมดทุกอย่างในเกมบอล ณ เวลานี้

11 นัดสุดท้าย

เสียงตะเบ็งแฟนบอลเชลซีดังลั่นสนามโอลิมปิก ''เรากำลังจะคว้าชัยชนะลีก''

แม้ อันโตนีโอ คอนเต้ ไม่เห็นด้วยและยังไม่หวั่นไหวกับสิ่งนี้ "ผมยังไม่คิดไกลขนาดนั้น ขอ 26 แต้มที่เหลือโน่นคือจุดมุ่งหมาย"

บอกอย่างงี้คือพร้อมเป็นแชมป์นั่นแหละครับ

เชลซีเปิดศึกลอนดอน ดาร์บี้ อันเป็นเลิศในเหตุผลที่ว่าเพราะอะไรกลุ่มจากลอนดอนมักมีปัญหาเรื่องการลุ้นแชมป์ลีก เพราะพวกเขามีกลุ่มตัดแต้มอย่างน้อยปีละ10 นัด

เพื่อนพ้องๆในลอนดอนมีมาตรฐานระดับดีทีเดียว พร้อมตัดแต้มได้ทุกที จะในหรือนอกบ้านเรียกว่ามันคืองานยากสำหรับการลุ้นแชมป์ของกลุ่มในลอนดอนสักครั้งมหนึ่ง เว้นแต่เจอศึกนอกเมืองแล้ว ในเมืองนี่แหละสำคัญไม่แพ้กัน

เชลซี เป็นกลุ่มที่ทำสถิติชนะในลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์ เยอะที่สุด 118 ครั้ง มากที่สุดในบรรดากลุ่มร่วมมหานครใหญ่ มากกว่าอาร์เซนอล 1 นัด รวมทั้งนี่อาจเป็นเหตุผลหลักยุค โชเซ มูรินโญ เข้ามาดำเนินการ

จัดแจงเก็บคะแนนลอนดอน ดาร์บี้ ซะก่อน

เวสต์หมูแฮม, อาร์เซนอล, สเปอร์ส, คริสตัล พาเลส คราวก่อนมีฟูแล่มแถมมาอีก ในขณะนี้กลุ่มลอนดอนในลีกสูงสุดมี 5 กลุ่มแล้วก็เชลซีด้วย ฝั้งเหนือก็สเปอร์ส, อาร์เซนอล ฝั่งตะวันออก เวสต์หมูแฮม ตะวันออกเฉียงใต้ คริสตัล พาเลส

ส่วนวัตฟอร์ด ไม่ใช่ทีมจากลอนดอน….เป็นเมืองเล็กๆอยู่ติดลอนดอนภาคเหนือ ไม่ไกลจากเวมบลีย์ จะกล่าวว่าเป็นคล้ายรังสิต คงจะนึกภาพออกครับ

เพราะฉะนั้น 8 นัดใน 4 กลุ่มที่ต้องเจอคือ 24 แต้ม

เชลซี เก็บแต้มยากจากลอนดอน ดาร์บี้แล้วทั้งปวง 15 แต้มจากชัยชนะ 5 แพ้ 2 เป็นแพ้อาร์เซนอล 0-3 แพ้สเปอร์ส 0-2 แต่ว่าแพ้สองทีมนี้พวกเขาก็วนกลับมาชนะ พอๆกับไม่ได้ไม่เสีย ส่วนอีกสามนัดหมายชนะพาเลส, เวสต์หมูแฮม ไปกลับ เหลือเกมในที่สุดในลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์ จะยากหรือง่ายขึ้นกับแต้มคราว

เมซุต โอซิลครวญเป็นที่รองรับอารมณ์แฟนบอลยามทีมปราชัย

 

เมซุต โอซิล ตัวบุกทีมอาร์เซนอล ให้สัมภาษณ์ออกอาการน้อยใจแฟนบอลที่มักกล่าวหาว่าเขาเป็นต้นเหตุที่ทำให้ทีมไม่สามารถเก็บผลการแข่งขันที่ต้องการได้

วันพรุ่งนี้ของดาวเตะวัย 28 ปีกำลังตกเป็นเครื่องหมายคำถาม W88หลังจากสัญญาของเขาจะหมดลงในช่วงจบซีซันหน้าและยังไม่มีท่าทีที่จะเจรจากันลงตัวในเร็วๆนี้ โดยเมื่อเขาถูกถามถึงความสัมพันธ์ของเขากับแฟนบอลอาร์เซนอล เจ้าตัวเผยว่าเขารู้สึกซาบซึ่งเป็นอย่างมากเวลาที่แฟนบอลร้องแพลงเป็นชื่อเขาออกมา

แต่อย่างไรก็ตามโอซิลยอมรับว่ารู้สึกเจ็บปวดและน้อยใจอยู่ไม่ใช่น้อยยามที่ตัวเขาต้องตกเป็นแพะรับบาปรองรับอารมณ์แฟนบอลยามที่ทีมไม่ได้อยู่ในฟอร์มการเล่นที่ดีนัก

“คุณรู้มั้ยอะไรที่ทำให้ผมภูมิใจ? วันนั้นแฟนบอลอาร์เซนอลร้องเพลงโอซิล ผมไม่เคยได้สัมผัสกับอะไรแบบนี้มาก่อนกับสโมสรไหนๆ มันทำให้ผมขนลุกทุกครั้งเวลาที่แฟนๆร้องเพลงนั้น” โอซิลเผย

“แต่เมื่อยามที่ทีมทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ มันต้องมีใครบางคนที่ตกเป็นแพะรับบาป แล้วมันเศร้าตรงที่เป็นผมเกือบทุกที”

เบี่ยงโคเนรีเตรียมทาบ ”เอล โชโล่” แทน มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี

เบี่ยงโคเนรีเตรียมเดินหน้าทาบทาม ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ เข้ามารับงานคุมทีมต่อจาก น้ากี้ ที่กําลังตกเป็นข่าวอย่างหนักว่าจะเข้ารับงานคุมอาร์เซนอล

 

กุนซือวัย 49 ปีเหลือสัญญาอยู่ในถิ่นตูรินอีกเพียง 1 ปีและกําลังตกเป็นข่าวว่าจะไปสานงานต่อจาก อาร์แซน เวนกอร์ นายใหญ่ของเดอะกันเนอร์ที่กําลังจะหมดสัญญาลงในซัมเมอร์ที่จะถึงนี้

 

ด้วยเหตุเป็บเป้ มาร็อตต้า ผู้อำนวยการทีม''ม้าลาย''จึงต้องหากุนซือคนใหม่เข้ามาแทนโดยเล็งไปที่ ซิเมโอเน่ กุนซือ ของแอตเลติโก้ มาดริดที่สนใจจะกลับมา กัลโช่ เซเรียอา อีกครั้งเหมือนสมัยยังเป็นนักเตะ